Thursday, November 24, 2016

004 - "แผน 3 ขอ 1"

นักกอล์ฟที่ต้องการมีช่วงเวลาการตีกอล์ฟสนุกที่สุดอย่างที่คุยกันไปแล้ว เป้าหมายก็คือสกอร์ 42 +/- หรือ ในช่วง 40-45 สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการออกรอบเลย ก็คือแผนการ จริงๆแล้วนักกอล์ฟทุกคนควรมีแผนการ แต่เราจะกล่าวถึงแผนสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการตีสกอร์ให้ได้ 42 +/- อย่างสม่ำเสมอ

การจะประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องกอล์ฟ ก็จะต้องมีเป้าหมายและแผนการ  เป้าหมายที่ดีควรจะชัดเจน เป็นไปได้และท้าทาย ในที่นี้เราก็ตั้งสกอร์ไว้เลยที่ 42 สำหรับการออกรอบ 9 หลุม แผนการที่จะตีให้ได้สกอร์ 42 ก็มีได้หลากหลาย แต่แผนการที่อยากกำลังจะแนะนำนี้ ที่มีองค์ประกอบของความเป็นแผนการที่ดีอย่างครบถ้วน เพราะมันเป็นแผนที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ดูไม่ยากเกินไปสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นที่พอมีทักษะระดับกลางๆ ท้าทาย และทุกคนทำได้

แผนการนี้ขอเรียกว่า "แผน 3 ขอ 1" แนวคิดของแผนการก็คือ ให้แบ่งการเล่นออกเป็นเซ็ตละ 3 หลุม โดยตั้งเป้าเอาไว้ว่าในสามหลุมนี้ จะขอทำพาร์ให้ได้ 1 หลุม ส่วนอีกสองหลุม ขอเพียงโบกี้ ... พอตามกันทันนะครับ ในเวลาเล่นจริง ให้ตั้งเป้าการเล่นแต่ละหลุมไว้ที่โบกี้ ดังนั้นถ้าเราได้พาร์ก็คือโบนัสในหลุมนั้นไป เหมือนกับได้เบอร์ดี้นั่นเอง ข้อดีของแผนการอยู่ตรงที่ ถ้าเราตั้งเป้าแต่ละหลุมอยู่ที่โบกี้ เกมส์การเล่นให้ได้โบกี้มันจะง่ายขึ้นมากมาย มันมีช่องให้เราผิดพลาดได้ ถ้าเราผิดพลาดไป ก็ยังอยู่ในเกมส์ ทำให้เราไม่กดดัน แต่ถ้าเราไม่ผิดพลาดโอกาสจะได้พาร์ก็จะตามมา ส่วนถ้าได้เบอร์ดี้มาสักหลุมเกมส์ก็จะยิ่งง่ายขึ้นมาก เมื่อเล่นจบ 3 หลุม ก็เริ่มกระบวนเดิมใหม่

ถ้าเล่นตามแผนนี้ ถ้า 9 หลุมได้โบกี้หมด ไม่ได้พาร์เลย สกอร์ก็จะออกมา 45 แต่ถ้าสามารถทำได้ตามแผน 3 ขอ 1 คือได้ 1 พาร์ในทุก 3 หลุม สกอร์ก็จะออกมา 42 ตามเป็าหมายเป๊ะ แต่ถ้าได้พาร์มากกว่านั้นหรือได้เบอร์ดี สกอร์ก็จะสวยงามตามลำดับ

สิ่งที่ทำให้แผนนี้ใช้ได้ดี ก็คือ

1.การมีเป้าหมายระยะสั้นในแต่ละหลุมที่เป็นไปได้ และไม่กดดัน ทำให้เราให้โอกาสตัวเองเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าเล่นแบบใช้ความคิดจริงๆ จะเห็นโอกาสและความน่าจะเป็นจำนวนมากที่เราไม่เคยคิดมาก่อน
2.การมีเป้าหมายระยะกลาง ก็คือ เป้า 3 หลุม นั่นเอง เป้านี้ไม่ยาวเกินไปทำให้นักกอล์ฟยังคงโฟกัสได้อยู่ และสิ่งที่ดีคือ เมื่อจบ 3 หลุม ให้ผล 3 หลุมที่ผ่านมา แล้วโฟกัสกับ 3 หลุม ถัดไป นักกอล์ฟจำนวนมากเวลาตีเสียและหงุดหงิดก็จะเสียอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ลืม ไม่ให้อภัยตัวเอง เสียอารมณ์ และก็ลืมเป้าหมายของตัวเอง เพราะไม่มีแผนการที่ดีมาตั้งแต่ต้น ถ้าเราจบ 3 หลุมแล้วโฟกัสกับ 3 หลุมใหม่ เป็นการให้โอกาสตัวเองได้อยู่กับปัจจุบัน สนุกกับเกมส์ที่เหลือ และลืมอดีตที่กลับไปแก้ไขไม่ได้ให้หมด
3.การมีเป้าหมายระยะไกล ที่ดูท้าทาย แต่เราไม่ต้องไปสนใจที่จะพยายามทำให้ได้ เพราะความสำเร็จในเป้าหมายระยะไกลเป็นผลความสำเร็จในเป้าหมายระยะสั้นและกลางนั่นเอง นักกอล์ฟเกือบทุกคนคงเคยมีประสบการณ์วันผีเข้าที่ตีมา 6 หลุม สกอร์สแควร์พาร์หรืออันเดอร์พาร์อยู่ ก็เกิดลุ้น เกร็ง แล้วก็ตีเสียออกทะเลไปดื้อๆนั่นเอง เหตุก็เพราะเราไปโฟกัสกับเป้าหมายระยะยาวเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเป้าหมายระยะสั้นและกลาง

"แผน 3 ขอ 1" เป็นแผนที่ได้ผลในทางปฏิบัติเป็นอย่างมาก ขอให้เราอยู่กับแผนอย่างมีสติให้มากที่สุด รับรองว่าสกอร์เราจะลดลงอย่างรวดเร็ว และเราจะตีสกอร์ 42 +/- หรือ ในช่วง 40-45 ได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น อยากให้เอาไปทดลองเลยครับ ชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ

"แผน 3 ขอ 1" เป็นระบบการวางแผนที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับระดับฝีมือและสถาณการณ์ได้ตามความเหมาะสม จะปรับเป็นแผน "แผน 3 ขอ 2" สำหรับคนที่จะต้องการตีกว่า 40 หรือจะเป็น "แผน 3 ขอ 1" แต่เป็นหนึ่งเบอร์ดี้และเป้าแต่ละหลุมคือพาร์ สำหรับคนที่ต้องการตีอันเดอร์ ปรับกันตามสบายและได้ผลแน่นอน เพราะโครงสร้างของแผนมันลงตัวมาก

ใครที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ เขียนคอมเม้นท์ถามได้เลยครับ แต่ต้องสมัครสมาชิกก่อน สมัครสมาชิกไม่เสียตังค์ครับ อยากให้เอาไปลองใช้ แล้วกลับมาคอมเม้นท์หน่อยว่าได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง จะได้เป็นประโยชน์กับนักกอล์ฟท่านอื่นด้วย หรือถ้าไม่ได้ผลจะได้รู้ว่าเราเข้าใจถูกหรือเปล่า

บทความใหม่จะโพสต์ทุกวัน นักกอล์ฟที่ไม่อยากพลาด และอยากให้ส่งบทความไปทาง e-mail ก็ให้สมัครในช่อง FOLLOW BY EMAIL ที่อยู่ด้านบนขวาของหน้านี้ได้เลยครับ ... พบกันใหม่วันพรุ่งนี้ครับ




Wednesday, November 23, 2016

003 - สิ่งที่สำคัญที่สุดของเกมส์กอล์ฟ

นักกอล์ฟอาชีพที่เคยคว้าแชมป์ในรายการแข่งขันระดับโลก ผู้มีวงสวิงที่ยอดเยี่ยม อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีล่าสุด แค๊ดดี้คู่ใจ ร่างกายฟิตจัด พร้อมด้วยโค้ชประสบการณ์สูง ก็ยังเห็นตีสกอร์ห่วยๆในการแข่งขันให้เห็นเยอะแยะ เป็นเพราะอะไร

เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของเกมส์กอล์ฟคือ สติ สิ่งใกล้ตัวที่สุด แต่นักกอล์ฟให้ความสำคัญน้อยที่สุด สติในเกมส์กอล์ฟ คือ การเข้าใจตัวเอง รู้จักศักยภาพของตัวเอง เข้าใจในเกมส์กอล์ฟ เรื่องนี้ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆก็รู้ มันจึงเป็นกลายเรื่องที่นักกอล์ฟละเลยมากที่สุดในทุกระดับฝีมือ แม้แต่โปรกอล์ฟอาชีพที่มีฝีอ ก็ยังผิดพลาดและละเลยในเรื่องที่ดูเหมือนง่ายเหล่านี้โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว แล้วกลับไปแก้ไขผิดเรื่อง

การควบคุมสติให้การควบคุมสติในเกมส์กอล์ฟเป็นการทำงานในระยะเวลาสั้นๆในกระบวนการตัดสินใจและลงมือตีแต่ละช็อตเท่านั้น การควบคุมสติในขั้นตอนของการตัดสินใจต้องอาศัยการเข้าใจศักยภาพของตัวเองร่วมกับการเข้าใจในธรรมชาติของเกมส์กอล์ฟว่ามันเป็นเกมส์ของการควบคุมความผิดพลาด ดังนั้นก่อนตีทุกช็อตเราจะต้องประเมินก่อนว่าความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจะต้องไม่สร้างความเสียหายต่อเกมส์ เมื่อกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผลและมีสติมีอยู่พร้อมในช่วงระยะเวลาสั้นของการตัดสินใจแต่ละช็อต เราจะไม่ทำอะไรที่เกินความสามารถซึ่งจะเกิดผลกระทบเสียหายอย่างต่อเนื่อง จนเราขาดสติจากความโกรธและโทษตัวเอง ตัวอย่างที่อธิบายเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนเพราะนักกอล์ฟทุกคนต้องผ่านประสบการณ์ที่ตีช็อตทีออฟออกไปนอกแฟร์เวย์ด้านขวา และการจะตีช็อตต่อไปก็มีต้นไม้และกิ่งไม้ขวางหน้า ด้านขวาก็เป็นต้นไม้ทั้งแถบ นักกอล์ฟจำนวนมากทนความเย้ายวนของกรีนที่อยู่ด้านหน้าไม่ได้ ตัดสินใจตีพุ่งไปหากรีน แล้วลูกกอล์ฟก็พุ่งไปกระทบต้นไม้ กระเด็นเข้าป่า นี่คือผลของการไม่ได้ประเมินความสามารถของตนเองว่า ตนควบคุมช็อตการตีพุ่งต่ำได้ดีแค่ไหน และไม่เข้าใจว่าหากผิดพลาดมันจะทำให้สกอร์เสียหายจากการลูกกระเด็นหายหรือเข้า OB ซึ่งจะยิ่งทำให้นักกอล์ฟรู้สึกโกรธและเสียสติจนทำให้เกมส์พังจากช็อตเดียวแท้ๆ

หากเรามีกระบวนการควบคุมสตินี้ในทุกๆช็อต เราจะตีกอล์ฟให้อยู่ในช่วง 42 +/- ได้ไม่ยาก ติดตามตอนต่อไปจะแสดงให้ดูและมันเอาไปใช้ได้จริง เป็นการยืนยันว่าเราสนุกกับเกมส์กอล์ฟได้โดยไม่ต้องรอให้มีวงสวิงที่ดีเลย




Tuesday, November 22, 2016

002 - กฏ 80/20 กับเกมส์กอล์ฟ

กฏ 80/20 หรือที่เรียกว่า กฏ Pareto เป็นกฏธรรมชาติที่ใช้ได้กับเกือบทุกเรื่องรวมถึงเรืองเกมส์กอล์ฟ กฏนี้บอกให้เราใส่ใจและให้ความสำคัญกับการลงแรงในส่วนที่สำคัญจริงๆ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะสร้างผลงานถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และอย่าไปให้ความสำคัญกับส่วนที่มีความสำคัญน้อยที่เราต้องลงแรงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่จะสร้างผลงานเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ 

เกมส์กอล์ฟก็เหมือนกัน ถ้ามองว่านักกอล์ฟที่เก่งและเล่นได้สมบูรณ์แบบ ทำสกอร์ใน 9 หลุมได้สแคร์ หรือ 36 เปรียบได้ว่านักกอล์ฟท่านนั้นสร้างผลงานได้เต็ม 100% ซึ่งเกิดจากลงแรงได้อย่างสมบูรณ์ทั้งส่วนที่สำคัญ 80 เปอร์เซ็นต์ และส่วนที่สำคัญน้อย 20% ส่วนการจะตีกอล์ฟให้สกอร์อยู่ในช่วง 42 +/- หรือ 40-45 ก็คือการสร้างผลงาน 80% นั่นเอง จากการลงแรงในส่วนที่สำคัญที่ส่งผลกระทบกับเกมส์กอล์ฟอย่างมากนั่นเอง

ในส่วนของการลงแรง 20% ที่สำคัญ ไม่ใช่สิ่งที่ซับซ้อน ไม่ต้องการการฝึกฝนอย่างหนัก ไม่ใช่วงสวิงที่สมบูรณ์แบบ ที่นักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่ที่พัฒนาเกมส์ได้ช้า เพราะมัวไปใส่ใจและให้ความสำคัญกับการลงแรงในส่วนที่ไม่สำคัญ 20% แต่สร้างผลกระทบเพียง 80% นี่เอง ลองกลับมานั่งพิจารณาเกมส์กอล์ฟของตัวเองอย่างจริงจังดูจะได้อะไรดีๆ แล้วคอยติดตามตอนต่อๆไป จะแชร์เรื่องที่สำคัญที่ควรใส่ใจในเกมส์กอล์ฟของเรา

กฏ Pareto เป็นกฏธรรมชาติที่นำไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน การใช้ชีวิต การบริหารเวลา ได้ทุกเรื่องเชียวนะครับ บอกแล้วว่าเกมส์กอล์ฟมันสะท้อนการใช้ชีวิต


Monday, November 21, 2016

001 - ช่วงเวลาที่สนุกที่สุดของนักกอล์ฟ

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ห่างหายจากการเล่นกอล์ฟค่อนข้างมาก ออกรอบตกปีละไม่ถึง 5 ครั้ง เรื่องซ้อมนี่ไม่ต้องสืบ พอลองมานั่งทบทวนย้อนกลับไปตั้งแต่ตีกอล์ฟมา ถามตัวเองดูว่า "ช่วงเวลาไหนตีกอล์ฟสนุกที่สุด"

พบว่าแต่ละช่วงเวลาในวงจรกอล์ฟให้ประสบการณ์ ความสนุก และความรู้สึกที่แตกต่างกัน ซึ่งพอแบ่งเป็น 4 ช่วงใหญ่

ช่วงเริ่มต้นหัดกอล์ฟใหม่ๆ นักกอล์ฟที่หลงเสน่ห์ของกอล์ฟน่าจะเป็นเหมือนๆกัน ต้องเรียกช่วงนี้ว่า ช่วงท้าทาย ประสบการณ์ช่วงนี้ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่หรอก เพียงรู้สึกถึงความท้าทาย อยากเอาชนะและอยากจะทำให้ได้ เป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ ปวดเมื่อย เจ็บแขน มือพอง กว่าจะพอตีได้ และยังจะต้องระงับความอยากรู้อยากลองที่จะออกรอบ
สีสันของช่วงเวลา คือการมีเพื่อนที่เริ่มต้นหัดตีพร้อมๆกัน จะยิ่งทำให้ยิ่งท้าทาย การแข่งขัน และนำไปสู่การพัฒนาของช่วงต่อไปอย่างรวดเร็ว

ช่วงพอตีได้หรือช่วงเสี้ยน ช่วงเวลานี้พอจะเรียกได้ว่าเป็นช่วง "ติดกอล์ฟ" เรียกได้ว่ากอล์ฟไล์ฟสไตล์ อ่านหนังสือกอล์ฟ ดูทีวีช่องกอล์ฟ เดินดูร้านไม้กอล์ฟ ดูแข่งขันกอล์ฟ ซ้อมกอล์ฟ หายใจเข้าออกเป็นกอล์ฟ และมีความอยากที่จะออกรอบเสียเหลือเกิน เพราะมันสนุกที่ออกรอบกับเพื่อนสนิทที่ฝีมือห่วยสูสีกัน ยิ่งมีการท้าทาย พนันขันต่อกันมากเท่าใด ความบ้าพลังก็จะยิ่งพูลทวีเท่านั้น ช่วงเวลานี้ก็คือช่วงที่ตีกอล์ฟสกอร์ ร้อยกว่าจนถึง 90 กลางๆ นักกอล์ฟช่วงนี้ถูกเรียกว่า "เสือซุ่ม" เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะเพื่อนในก๊วน ทั้งแอบซ้อม แอบให้โปรจับ แอบเปลี่ยนอุปกรณ์ แอบโดดงานเพื่อไปออกรอบคนเดียว นักกอล์ฟส่วนใหญ่มักต้องเคยผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มาแล้ว มันเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่มีความสุข นั่งนึกย้อนกลับไปก็ยังรู้สึกสนุกอยู่เลย

ช่วงฝีมือพัฒนา หลังจากที่ผ่านช่วงเสี้ยนมา ประสบการณ์จะสอนให้นักกอล์ฟเก๋าขึ้น เข้าใจตัวเองและเกมส์ของตัวเองมากขึ้น แข็งแรงขึ้น วงสวิงสม่ำเสมอขึ้น ใช้อุปกรณ์คุณภาพดี และเหมาะสมกับตัวเองมากขึ้น เรียกได้ว่า เป็นช่วงที่ลงตัวและพร้อมที่จะพัฒนาสกอร์อย่างรวดเร็ว ช่วงเวลานี้นักกอล์ฟจะมีช่วงเวลาที่ตีดีมากๆ วันผีเข้า 9 หลุมตีต่ำกว่า 40 ก็มี และหลุดๆก็ยังมีเฉียดๆ แต่สกอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 42 +/- ช่วงนี้จะถือว่าเป็นช่วงที่สนุกกับเกมส์กอล์ฟที่สุด เพราะทุกครั้งที่ออกรอบ มีโอกาสที่จะตีดีและก็คาดหวังทุกครั้งว่าจะตีได้ดี และจะสามารถเอาชนะเพื่อนในก๊วนที่ฝีมือสูสีกันได้ ช่วงเวลาที่ตีสกอร์ประมาณนี้จะเล่นได้กับเกือบทุกก๊วน โดยที่ไม่ต้องต่อกันเยอะ จะมีเพื่อนเยอะ ก๊วนเยอะ สนุกสนานกับกาารออกรอบ เป็นช่วงเวลาที่จำนวนครั้งในการออกรอบต่อปีมากที่สุด

ช่วงเก่ง หลังจากที่ออกรอบบ่อยมากๆ เล่นกอล์ฟกับนักกอล์ฟที่หลากหลาย ทั้งเก่งกว่าและอ่อนกว่า เห็นเกมส์กอล์ฟและทรงกอล์ฟที่แตกต่าง มันจะหลอมรวมให้นักกอล์ฟพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเข้ามาอยู่ในช่วงเก่งของเกมส์กอล์ฟ เป็นช่วงที่นักกอล์ฟจะตีต่ำกว่า 40 และวันที่ตีดีๆ ก็มีตีสแควร์ มีอันเดอร์  ช่วงนี้เพื่อนๆที่ตีกอล์ฟด้วยกันมาจะมีบางคนที่พัฒนาตามไม่ทัน ทำให้ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก๊วนส่วนใหญ่จะแตก เพราะสมาชิกไม่โทรเรียก เพราะใครจะให้มากินอยู่ตลอด ช่วงเวลานี้เป็นช่วงโดดเดี่ยว ต้องคอยไปหาเพื่อนใหม่เล่นอยู่เรื่อยๆ เล่นกับมืออ่อนกว่าก็ไม่สนุก เพราะต้องต่อเยอะ ไปเล่นกับมือแข็งๆก็กดดัน เล่นกับมืออ่อนกว่าก็กดดัน วันไหนตีไม่ดี ก็โดนมองว่าฝีมือไม่เท่าไหร่ ในขณะที่การคงความสม่ำเสมอของเกมส์ในช่วงนี้ รวมถึงการพัฒนาให้สกอร์ลดลงในช่วงนี้ก็ทำได้ยาก หลายคนคิดที่จะแก้ไขหรือเปลี่ยนวงสวิงในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เต็มไปด้วยคาดหวัง และโอกาสของความผิดพลาดมีน้อย ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ในช่วงเก่งจึงมักจะไม่ใช่ความสนุกอีกต่อไป หลายคนพอเกมส์พัฒนามาถึงช่วงนี้ก็เลิกเล่น เพราะเริ่มเบื่อ

ส่วนตัวแล้วชอบช่วงฝีมือพัฒนาเป็นที่สุด เพราะเกมส์ในช่วงนั้นไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบ  ไม่จำเป็นที่จะต้องมีวงสวิงที่ยอดเยี่ยม เพราะเป็นช่วงเวลาของเกมส์ควบคุมความผิดพลาด เพียงมีความเข้าใจในสิ่งที่ทำ ควบคุมตัวเองและเกมส์ของตัวเอง สนุกสนานกับแก้ปัญหา เรื่องได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เกมส์กอล์ฟสะท้อนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสเน่ห์ของกอล์ฟ

การตีกอล์ฟให้สกอร์อยู่ในช่วง 42 +/- ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไป ทุกคนทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สวิงสมบูรณ์แบบ เพราะนั่นไม่ใช่ประเด็น เหมือนกับการที่เราจะมีครอบครัวที่น่ารักสนุกสนาน ไม่จำเป็นจะต้องรอให้เราหล่อขั้นเทพ พบเจอภรรยาสวยอย่างกับนางงาม ทุกคนก็สามารถมีครอบครัวที่มีความสุขได้ ... เกมส์กอล์ฟที่สนุกสนานก็เช่นกัน

เนื่องจากช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่อุตสาหกรรมกอล์ฟตกต่ำถึงขีดสุด จำนวนการออกรอบในแต่ละสนามอยู่ในขั้นวิกฤติ แค๊ดดี้ทุกสนามร้องโอดโอย สนามกอล์ฟและสนามไดร์ฟกอล์ฟปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง หวังว่าความพยายามที่จะมีส่วนทำให้นักกอล์ฟเข้าสู่ช่วงฝีมือพัฒนา ซึ่งเป็นช่วงที่สนุกที่สุดของเกมส์กอล์ฟ และเป็นช่วงเวลาที่นักกอล์ฟมีการออกรอบต่อปีมากที่สุด จะมีส่วนช่วยการกระตุ้นให้นักกอล์ฟมีการออกรอบมากขึ้น ซึ่งหวังว่าจะส่งผลให้ประชากรกอล์ฟในประเทศไม่ลดต่ำไปกว่านี้ เพราะในเวลานี้นักกอล์ฟระดับซุปเปอร์สตาร์ดาวรุ่งดวงใหม่อย่างน้องเม เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟหญิงมือวางอันดับสองของโลก และเจ้าของผลงาน LPGA Player of The Year 2016 ก็ยังไม่ช่วยให้สถาณการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด

บทความทุกวันต่อจากนี้ไป จะเสนอมุมมองและแนวคิดที่สำคัญในทุกๆด้านที่ส่งผลต่อการพัฒนาเกมส์อย่างรุนแรงและเกิดประสิทธิภาพที่สุด เรียกได้ว่า เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ได้ผลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อที่ว่านักกอล์ฟจะได้นำไปประยุกต์ใช้กับตนเอง ...  คอยติดตาม ด้วยการกดติดตาม (Follow) ครับ

ปัดฝุ่น Blog เก่า กับเป้าหมายใหม่

กลับมาเปิด Blog ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว และปล่อยทิ้งร้างไป 5 ปี โดยบังเอิญ ได้อ่านสิ่งที่เคยบันทึกเอาไว้แล้วเกิดแรงบันดาลใจที่ทำให้ต้องกลับมาปัดฝุ่น Blog เก่านี้อีกครั้ง ครั้งนี้ตั้งใจที่จะเขียนถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตที่ถ่ายทอดผ่านกอล์ฟในแง่มุมต่างๆที่บังเอิญนึกได้หรือรู้สึกในช่วงเวลานั้น โดยตั้งใจไว้ว่าเรื่องราวที่เขียนเกี่ยวกับกอล์ฟจะเป็นแง่มุมที่ผู้อ่านสามารถนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องต่างๆรอบตัว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ชน์กับผู้บังเอิญผ่านมาอ่านหรือผู้ติดตาม ไปได้ยาวนานที่สุด ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะเขียนต่อเนื่องกันให้ได้อย่างน้อย 3 ปี หรือ 1,000 บทความ เพราะถึงตอนนั้นคงจะติดกลายเป็นนิสัยที่ทำให้หยุดเขียนและค้นคว้าหาเรื่องมาเขียนทุกวันไม่ได้เสียแล้ว

บทความนี้จะถูกนำเข้าไปอัพเดทบนช่องทางการสื่อสารหลายๆอย่างด้วย

เว็บไซต์ http://www.teeintact.com/
Fanpage: https://www.facebook.com/TinTactGolfLab/
Facebook: https://www.facebook.com/teeintact
Line: teeintact

ติดต่อพูดคุยกันได้โดยตรง
086-9894883
E-mail: teeintact@yahoo.com
Line ID: teeintact

ขอขอบคุณที่ติดตามนะครับ

Tuesday, September 20, 2011

ประสบการณ์โดนโกงอีกครั้ง

ระหว่างที่เกิดความคิดในการทำธุรกิจดีๆขึ้นมา ก็ดำริให้ลงมือทันที ด้วยสโลแกนที่ว่าความคิดดีๆ
ถ้าไม่ได้ลงมือก็ไร้ประโยชน์ จึงทำการหาผู้ขายทางออนไลน์ได้มาหนึ่งเจ้าที่ราคาดีอย่างน่าสนใจ
ระหว่างการสอบถามพูดคุยก็รู้สึกถึงสิ่งแปลกๆ แต่ด้วยความกระหายในการที่จะทำให้ความคิดทาง
ธุรกิจมันเกิด จึงไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง อยากลองเสี่ยง
จัดการสั่งซื้อตัวอย่างสินค้าจากเว็บไซต์มาบางส่วนเป็นเงินกว่า 3 หมื่น
หวังว่างานนี้สนุกแน่เพราะคิดในทางธุรกิจที่น่าสนุกและน่าจะได้ผลทางธุรกิจ โอนเงินไปให้ตั้งแต่
วันพฤหัสที่แล้ว ถึงวันนี้ก็ไม่ตอบเมล์อีกเลย จึงค้นหาข้อมูลลึกๆก็พบว่าเป็นบริษัทที่โกงเงินชาวบ้าน
ไปเหมือนกัน

เลยได้ประสบการณ์ว่า การซื้อของทางอินเตอร์เน็ต ให้จ่ายเงินด้วย PayPal หรือ Credit Card
ที่เรายังสามารถยกเลิกได้ และให้แบงค์ไปเคลียร์เอง แต่อย่างเคสเราก็ถือเป็นค่าเล่าเรียนไป
ดีนะที่เป็นแค่ตัวอย่าง ถ้ามันล่อเหยื่อให้ปลาติด เจอล๊อตจริงจะมากกว่านี้เยอะ ถือว่าโชคดี
แต่ยังไงสโแกน "ความคิดดีๆถ้าไม่ได้ลงมือก็ไร้ประโยชน์" ก็ยังคงดำเนินต่อไป แล้วก็เพิ่มหน่อยว่า
"ถ้าไม่มั่นใจ อยู่เฉยๆซะดีกว่า"


Saturday, August 27, 2011

เมื่อ Ball Flight Laws ใน PGA Manual ผิดพลาด

มันเป็นเรื่องตลกมากที่ Ball Flight Laws ที่สอนและเขียนอยู่ ใน PGA Manual มาเป็นเวลาหลายสิบปี
ขัดแย้งกับข้อมูลที่เครื่องไม้เครื่องมือสมัยใหม่ตรวจเช็คและค้นพบ และบอกว่าสิ่งที่สอนๆกันและใช้งาน
กันอยู่มันผิดจากความเป็นจริง แปลกใจไหมล่ะครับที่ถ่ายทอดและใช้งานหลักการที่ผิดๆกันมาได้อย่าง
ยาวนาน แม้แต่โปรสอนที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขียนหนังสือ, สอนบน DVD, โค้ชนักกอล์ฟ PGA Tour
ได้แชมป์มากมาย ก็ยังสอนและแก้วงสวิงบนพื้นฐานของทฤษฎี Ball Flight Laws ที่ไม่ถูกต้อง
น่าแปลกใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงน่าจะบอกได้ว่าจริงๆแล้ว คนตีกอล์ฟด้วยความรู้สึกมากกว่า
การยึดติดกับทฤษฎีที่เข้าใจยาก ทัวร์โปรบางคนตีกอล์ฟด้วยความชำนาญ ตีกอล์ฟโดยไม่ได้รู้เลยว่า
หลักการในการตีดรอร์หรือเฟด เขาทำกันยังไง แต่รู้ว่าถ้าให้ตีเข้าเป้าแล้วโค้งซ้ายขวาต้องทำอย่างนี้
แต่อธิบายไม่ได้ ทั้งหมดเกิดจากประสบการณ์ ดังนั้นสิ่งที่โปรสอนระดับโลกแนะนำกันหรือแม้แต่สอน
โปรทัวร์บางทีมันอาจจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาก็เป็นไปได้ ความสำเร็จและได้แชมป์ต่างๆ อาจไม่ได้มาจาก
ทฤษฏีหรือการปรับวงสวิงแต่อย่างใด มันอาจมาจากความมั่นใจและความไว้ใจที่นักกอล์ฟระดับสูง
ต้องการจากใครสักคนที่เอาไว้เป็นที่พึ่งพิงนั่นเอง ดังนั้นถ้าจะให้ระดับความสำคัญของการมีวงสวิงที่
สม่ำเสมอ ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องตามตำรา แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ จึงมักใจให้ผลที่ดีกว่าการมีวงสวิง
ที่ดีถูกต้องตามทฤษฎีแต่กลับไม่มั่นใจเป็นยิ่งนัก

สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก New Ball Flight Laws คือ กอล์ฟเป็นเกมส์ของการบริหารจัดการความผิดพลาด
และความสม่ำเสมอ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญเมื่ออยู่ในสนามกอล์ฟในช็อตนั้นๆนั่นก็คือ สัญชาตญาณและ
ความรู้สึกซึ่งมาจากการฝึกซ้อมและการตีจนวงสวิงและการควบคุมลูกกอล์ฟกลายเป็นธรรมชาติ
ที่ไม่ต้องเกี่ยวเนื่องกับทฤษฎีแต่อย่างใด ไม่ต้องมาคิดแล้วว่าจะตีอย่างนี้ต้องมีกลไกอย่างไร
มันต้องเกิดจากการฝึกซ้อมซึ่งมาจากการรู้หรือไม่รู้ทฤษฎีก็ตาม สุดท้ายปลายทาง ถ้าเราสามารถ
ควบคุมลูกกอล์ฟได้อย่างใจปลายทางเหมือนกัน เหมือนกับนักดนตรีที่เล่นเพลงเดียวกัน คนแรก
เป็นคนรู้ทฤษฎีเล่นดนตรีโดยการดูโน๊ต กับอีกคนหนึ่งเล่นดนตรีจากการฟังและเล่นจากความรู้สึก
สุดท้ายแล้วทั้งสองคนก็สามารถเล่นเพลงเดียวกันได้เหมือนกันและเล่นได้จบเพลงเหมือนกัน
แต่ความไพเราะที่ออกมาอาจจะแตกต่างกัน คนที่เล่นโดยการอ่านโน๊ตจะใช้ความรู้สึกน้อย
ถ้าต้องไปเล่นดนตรีในที่โล่งลมแรงนักดนตรีที่อ่านโน๊ตจะมีปัญหาที่ลมพัดแผ่นโน๊ตเพลงปลิว
กระจาย กับนักดนตรีที่เล่นจากการฟัง ใช้หูและความรู้สึกจะถ่ายทอดการเล่นด้วยอารมณ์
และความรู้สึก ซึ่งไม่มีข้อจำกัดในเรื่องสถานที่การเล่นแต่อย่างใด จะเล่นที่ไหนในสถานการณ์
ยังไงก็ย่อมได้ แต่มีข้อเสียตรงที่ หากต้องเล่นเพลงที่ซับซ้อน ก็จะมีปัญหาหน่อย แต่ถ้าเปรียบเทียบ
การเล่นกอล์ฟก็ไม่ต่างจากการเล่นดนตรีแต่ประการใด นักดนตรีที่เก่งส่วนใหญ่ก็ไม่รู้่ทฤษฎีดนตรี
เล่นด้วยการใข้ทักษะการฟังและลองผิดลองถูก นักกอล์ฟที่เก่งส่วนใหญ่ในทัวร์ก็เริ่มด้วยการเล่
ด้วยตัวเอง แต่การจะเป็นนักดนตรีหรือนักกอล์ฟให้ดีและเก่งเร็วขึ้น ควรรวมข้อดีของความสุดขั้วของ
สองพวกที่พวกหนึ่งก็ไม่เอาทฤษฎีเอาซะเลยและอีกพวกที่ทฤษฎีจ๋าซะงั้น ถ้าเรารู้ทฤษฎีและใช่้ทฤษฎี
เป็นพื้นฐานที่ฉลาดและแกล้งลืมมันไปซะบ้างพอถึงโหมดที่จะต้องลงมือในทางปฏิบัติ จะทำให้ขั้นตอน
ในการเรียนรู้ฉลาดขึ้นและเร็วขึ้น แต่สุดท้ายการทำสิ่งต่างๆอย่างชำนาญอยู่ที่ความเพียรและความ
ใส่ใจ จนทักษะเหล่านั้นกลายเป็นความชำนาญ ถึงขั้นสุดท้ายกลายเป็นธรรมชาติ อย่างที่เรียกได้ว่า
นักดนตรีสามารถถ่ายทอดการเล่นดนตรีเหมือนกับการสื่อสารได้อย่างการพูดออกมาเป็นคำพูด
กีร์ต้าที่อยู่ในมือเหมือนกับเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งของนักดนตรี นักกอล์ฟก็เช่นกันสวิงกอล์ฟโดยใช้ความรู้สึก
การตีตามระยะ, ทิศทาง, ควบคุมวิถีต่างๆ ทำได้เหมือนกับการกดปุ่มสั่งจรวดติดเรดาร์อย่างไงอย่างงั้น
กีฬากอล์ฟเป็นศิลปะมากการการสวิงอย่างกับหุ่นยนต์ มันเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกไม่ต่างจาก
การเล่นดนตรีแต่ประการใด

อย่างไรก็ตาม New Ball Flight Laws เป็นความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมา และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพราะจากวิถีทั้ง 9 แบบ Ball Flight Laws เดิม ถูกเพียง 3 วิถี อีก 6 วิถีจะทำให้เราต้องเผื่อทิศทาง
มากกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น New Ball Flight Laws จะช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกจะเข้าเป้ามากขึ้นหาก
เราสามารถควบคุมวงสวิงได้สม่ำเสมอแล้ว