การเล่นลูกสั้นคือการแก้ปัญหาสถานการณ์เฉพาะหน้า ที่เรียกว่า Improvisation เราไม่มีทางรู้เลยว่าลูกกอล์ฟจะไปตกอยู่บริเวณไหน ในสิ่งแวดล้อมที่สร้างสถานการณ์แบบใด นี่คือความสนุกของลูกสั้น ที่ท้าทายความสามารถและความสร้างสรรค์ ช่วยพลิกสถานการณ์และเซฟสกอร์อีกด้วย ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
งานเขียนที่ผ่านระยะเวลายาวนาน คือสิ่งที่บอกตัวตนได้ชัดเจนที่สุด งานเขียนในบล็อกนี้ เป็นสิ่งที่ต้องการถ่ายทอดออกมาด้วยความอยากและความสนุกเป็นที่ตั้ง เพื่อเป็นที่ชุมนุมคนที่มีความคิดคล้ายๆกัน เผ่าพันธ์ุใกล้เคียงกัน โดยมีกีฬากอล์ฟเป็นตัวเชื่อมโยง ด้วยบทความที่จะถูกอัพเดทในช่วงเช้าของทุกวัน จากนี้จนครบ 1,000 บทความ ... บทความที่จะทำให้เราตีกอล์ฟได้ดีขึ้นและมีความสุขกับมันไปตลอดชีวิต
Friday, January 6, 2017
048 - Improvise Short Game
ลูกสั้นคือศิลปะแขนงหนึ่งในเกมส์กอล์ฟ ถ้าคุณเข้าใจองค์ประกอบสำคัญในการทำให้ช็อตที่กำลังจะตีได้ผลงานเป็นไปตามที่จินตนาการไว้ ไม่ว่าคุณอยู่ในสถานการณ์ไหนก็สามารถเอาตัวรอดได้อย่างน่าแปลกใจ
ตัวอย่างในคลิปคือช็อตที่ลูกกอล์ฟลงไปจมปริ่มอยู่ในน้ำขอบตลิ่ง ห่างจากกรีนประมาณ 20 หลา ซึ่งดูแล้วมีโอกาสตีให้ออนได้ เมื่อพิจารณาสภาพแวดล้อม ชั่งน้ำหนักความเสี่ยง และความน่าจะเป็น ดูแล้วคุ้มค่ากว่าการเสียดร็อป แต่ปัญหาคือตำแหน่งการยืนเป็นขอบตลิ่งที่ไม่สามารถยืนตีได้อย่างปกติ ต้องหาวิธีเข้า address อยู่นานกว่าจะเจอท่าอย่างที่เห็น ... จินตนาการลูกที่ลอยออกไป ... โฟกัส ... ลงมืออย่างไม่ลังเล ... แล้วลูกมันก็ลอยขึ้นไปออนบนกรีนได้ตามที่จินตนาการไว้ ... สภาพคนตีก็เป็นไปตามรูปที่เห็น แต่คุ้มค่า และได้ความรู้สึกที่ฟิน ... นนน มาก
การเล่นลูกสั้นคือการแก้ปัญหาสถานการณ์เฉพาะหน้า ที่เรียกว่า Improvisation เราไม่มีทางรู้เลยว่าลูกกอล์ฟจะไปตกอยู่บริเวณไหน ในสิ่งแวดล้อมที่สร้างสถานการณ์แบบใด นี่คือความสนุกของลูกสั้น ที่ท้าทายความสามารถและความสร้างสรรค์ ช่วยพลิกสถานการณ์และเซฟสกอร์อีกด้วย ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
การเล่นลูกสั้นคือการแก้ปัญหาสถานการณ์เฉพาะหน้า ที่เรียกว่า Improvisation เราไม่มีทางรู้เลยว่าลูกกอล์ฟจะไปตกอยู่บริเวณไหน ในสิ่งแวดล้อมที่สร้างสถานการณ์แบบใด นี่คือความสนุกของลูกสั้น ที่ท้าทายความสามารถและความสร้างสรรค์ ช่วยพลิกสถานการณ์และเซฟสกอร์อีกด้วย ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
047 - จะเล่นลูกสั้นรอบกรีนให้มันยากไปทำไม
เมื่อเราตีลูกไปตกอยู่บนหญ้าสั้นรอบๆกรีน แนวคิดในการเล่นลูกสั้นในสถานการณ์เช่นนี้ ควรเลือกวิธีการเล่นที่ง่ายและมีโอกาสผิดพลาดน้อยที่สุดก่อนเสมอ
1.การพัตต์คือลูกสั้นที่ง่ายที่สุดและโอกาสผิดพลาดน้อยที่สุด เนื่องจากพัตเตอร์มี loft น้อย การพาหน้าไม้เข้าปะทะลูกกอล์ฟให้สม่ำเสมอจึงทำได้ง่ายที่สุด เหมาะกับการเล่นลูกสั้นที่อยู่บนหญ้าที่ค่อนข้างสั้น ที่พอคาดเดาน้ำหนักการพัตต์และทิศทางได้ การพัตต์ลูกประเภทนี้ต้องเผื่อน้ำหนักการพัตต์ช่วงที่ลูกกลิ้งผ่านหญ้ายาวให้ดี
2.ลูกชิพ (Chip) เป็นการเล่นลูกสั้นที่ลูกจะลอยต่ำ ตกลงกระทบพื้นแล้วกลิ้งเข้าหาหลุม เป็นลูกสั้นที่เล่นได้ง่ายและหวังผลได้สูง เนื่องจากลูกที่พุ่งต่ำๆเกิดจากการที่หน้าไม้ปะทะลูกกอล์ฟด้วย loft ที่น้อยกว่าองศาของเว็ดจ์ทั่วไป ด้วย dynamic loft ขณะที่ลูกกอล์ฟสัมผัสหน้าไม้ที่น้อยกว่า ลูกกอล์ฟจะปะทะหน้าไม้ได้เต็มกว่า ควบคุมการเกิดสปินได้สม่ำเสมอกว่า ผลงานจึงสม่ำเสมอและคาดเดาได้มากกว่า โอกาสพลาดก็น้อยกว่าด้วย ถ้าเรารู้สัดส่วนของระยะตกและระยะกลิ้งของไม้ที่เราใช้เล่นลูกชิพแล้ว เราเพียงแค่คำนวณจุดตกด้วยการนับก้าวจากลูกถึงหลุมร่วมกับลักษณะไลน์และสโลปของกรีน แล้วก็ชิพลูกกอล์ฟให้ไปตก ณ ตำแหน่งที่นั้น ที่เหลือก็ปล่อยให้ลูกกลิ้งเข้าไปหาหลุมตามแผนเท่านั้นเอง การเล่นลูกชิพสามารถทำได้โดยการใช้เว็ดจ์ที่เราถนัดแล้ว deloft เอา หรือจะใช้เหล็กที่หน้าตั้งขึ้น เช่น PW หรือ เหล็ก 9 ก็ได้ แล้วแต่ความถนัด แต่แนะนำวิธีหลังมากกว่า และอย่าลืมว่าการเล่นลูกชิพแบบนี้ ตำแหน่งที่ลูกตกควรอยู่ในกรีนที่มีพื้นที่เป็นกรีนเรียบและ หลุมต้องห่างจากขอบกรีนเพียงพอให้ระยะกลิ้งเป็นไปตามสัดส่วนกับระยะตกที่คำนวณไว้
3.ลูกพิทช์ (Pitch) เป็นการเล่นที่ยากที่สุดในสามวิธี เนื่องจาก dynamic loft ขณะที่ลูกกอล์ฟสัมผัสหน้าไม้ที่มากกว่า ลูกกอล์ฟจะปะทะหน้าไม้ได้ไม่เต็มที่ สปินก็ควบคุมได้ยากกว่า ผลงานจึงไม่สม่ำเสมอและคาดเดาได้ยากกว่า โอกาสผิดพลาดจึงมีสูงตามไปด้วย สถานการณ์ที่จะเล่นลูกพิชท์ คือสถานการณ์บังคับที่การพัตต์และชิพทำไม่ได้ ได้แก่ ข้อจำกัดเรื่องพื้นการตกที่จำกัด ธงปักอยู่ใกล้ขอบกรีน ไม่มีพื้นที่มากพอให้ลูกตกและกลิ้งเข้าหาหลุม หรือพื้นที่จากลูกถึงหลุมเป็นสโลปทางลงที่ชัน ซึ่งทั้งสองสถานการณ์ไม่สามารถเล่นลูกชิพได้ การเล่นลูกพิทช์ที่โด่งและมีสปินมากจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า หรือสถานการณ์ที่เส้นทางจากลูกถึงหลุมมีไลน์และสโลปที่ซับซ้อนและคาดเดายาก การพิทช์ให้ลูกลอยข้ามพื้นที่เหล่านี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
การเล่นลูกสั้นเป็นศิลปะ ไม่มีวิธีที่ถูกหรือผิด ตราบใดที่เราสามารถทำให้ลูกลงหลุมหรือเข้าไปใกล้หลุมได้ ถือว่าใช้ได้ แต่อย่าลืมเลือกการเล่นให้ง่ายที่สุดไว้ก่อน และที่สำคัญ อย่าเล่นเกินฝีมือ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
1.การพัตต์คือลูกสั้นที่ง่ายที่สุดและโอกาสผิดพลาดน้อยที่สุด เนื่องจากพัตเตอร์มี loft น้อย การพาหน้าไม้เข้าปะทะลูกกอล์ฟให้สม่ำเสมอจึงทำได้ง่ายที่สุด เหมาะกับการเล่นลูกสั้นที่อยู่บนหญ้าที่ค่อนข้างสั้น ที่พอคาดเดาน้ำหนักการพัตต์และทิศทางได้ การพัตต์ลูกประเภทนี้ต้องเผื่อน้ำหนักการพัตต์ช่วงที่ลูกกลิ้งผ่านหญ้ายาวให้ดี
2.ลูกชิพ (Chip) เป็นการเล่นลูกสั้นที่ลูกจะลอยต่ำ ตกลงกระทบพื้นแล้วกลิ้งเข้าหาหลุม เป็นลูกสั้นที่เล่นได้ง่ายและหวังผลได้สูง เนื่องจากลูกที่พุ่งต่ำๆเกิดจากการที่หน้าไม้ปะทะลูกกอล์ฟด้วย loft ที่น้อยกว่าองศาของเว็ดจ์ทั่วไป ด้วย dynamic loft ขณะที่ลูกกอล์ฟสัมผัสหน้าไม้ที่น้อยกว่า ลูกกอล์ฟจะปะทะหน้าไม้ได้เต็มกว่า ควบคุมการเกิดสปินได้สม่ำเสมอกว่า ผลงานจึงสม่ำเสมอและคาดเดาได้มากกว่า โอกาสพลาดก็น้อยกว่าด้วย ถ้าเรารู้สัดส่วนของระยะตกและระยะกลิ้งของไม้ที่เราใช้เล่นลูกชิพแล้ว เราเพียงแค่คำนวณจุดตกด้วยการนับก้าวจากลูกถึงหลุมร่วมกับลักษณะไลน์และสโลปของกรีน แล้วก็ชิพลูกกอล์ฟให้ไปตก ณ ตำแหน่งที่นั้น ที่เหลือก็ปล่อยให้ลูกกลิ้งเข้าไปหาหลุมตามแผนเท่านั้นเอง การเล่นลูกชิพสามารถทำได้โดยการใช้เว็ดจ์ที่เราถนัดแล้ว deloft เอา หรือจะใช้เหล็กที่หน้าตั้งขึ้น เช่น PW หรือ เหล็ก 9 ก็ได้ แล้วแต่ความถนัด แต่แนะนำวิธีหลังมากกว่า และอย่าลืมว่าการเล่นลูกชิพแบบนี้ ตำแหน่งที่ลูกตกควรอยู่ในกรีนที่มีพื้นที่เป็นกรีนเรียบและ หลุมต้องห่างจากขอบกรีนเพียงพอให้ระยะกลิ้งเป็นไปตามสัดส่วนกับระยะตกที่คำนวณไว้
3.ลูกพิทช์ (Pitch) เป็นการเล่นที่ยากที่สุดในสามวิธี เนื่องจาก dynamic loft ขณะที่ลูกกอล์ฟสัมผัสหน้าไม้ที่มากกว่า ลูกกอล์ฟจะปะทะหน้าไม้ได้ไม่เต็มที่ สปินก็ควบคุมได้ยากกว่า ผลงานจึงไม่สม่ำเสมอและคาดเดาได้ยากกว่า โอกาสผิดพลาดจึงมีสูงตามไปด้วย สถานการณ์ที่จะเล่นลูกพิชท์ คือสถานการณ์บังคับที่การพัตต์และชิพทำไม่ได้ ได้แก่ ข้อจำกัดเรื่องพื้นการตกที่จำกัด ธงปักอยู่ใกล้ขอบกรีน ไม่มีพื้นที่มากพอให้ลูกตกและกลิ้งเข้าหาหลุม หรือพื้นที่จากลูกถึงหลุมเป็นสโลปทางลงที่ชัน ซึ่งทั้งสองสถานการณ์ไม่สามารถเล่นลูกชิพได้ การเล่นลูกพิทช์ที่โด่งและมีสปินมากจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า หรือสถานการณ์ที่เส้นทางจากลูกถึงหลุมมีไลน์และสโลปที่ซับซ้อนและคาดเดายาก การพิทช์ให้ลูกลอยข้ามพื้นที่เหล่านี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
การเล่นลูกสั้นเป็นศิลปะ ไม่มีวิธีที่ถูกหรือผิด ตราบใดที่เราสามารถทำให้ลูกลงหลุมหรือเข้าไปใกล้หลุมได้ ถือว่าใช้ได้ แต่อย่าลืมเลือกการเล่นให้ง่ายที่สุดไว้ก่อน และที่สำคัญ อย่าเล่นเกินฝีมือ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Thursday, January 5, 2017
046 - ระเบิดทรายไม่ให้ขายหน้า
Bunker คืออุปสรรคทรายที่ผู้ออกแบบสนามตั้งใจสร้างขึ้นมาลงโทษการตีที่ผิดพลาด และทำให้เกมส์มีสีสัน น่าตื่นเต้นมากขึ้น แต่ Bunker Shot เป็นการแก้ไขด้วยลูกสั้นที่นักกอล์ฟสมัครเล่นเสียช็อตมากที่สุดช็อตหนึ่ง คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับการเล่น Bunker Shot คือ อย่าตีลง Bunker ... ล้อเล่น
คำแนะนำเมื่อคุณตีพลาดไปตก Bunker คือ
1.เมื่อเราตีตกทรายรอบๆกรีน ให้รีบเดินไปที่ลูก ถ้าไม่กีดขวางการเล่นของเพื่อน ให้เข้าเล่นก่อนที่เพื่อนจะมายืนเชียร์และกดดัน เพราะเมื่อเกิดการผิดพลาดในทรายเกิดขึ้น โอกาสตีเสียต่อเนื่องจะมีมาก เนื่องจากขาดสติเพราะเร่งตีและไม่อยากให้ทุกคนบนกรีนยืนรอ ยิ่งเร่งก็ยิ่งพลาด และถ้าเกิดตีพลาดไม่ว่าจะตีไม่ออกนอกทรายหรือบินข้ามไปตกทรายอีกฟาก ให้รวบรวมสติ และอย่าลืม routine ในการเริ่มตีช็อตใหม่ แม้แต่โปรอาชีพที่ไร้สติก็ยังรั่วและเทให้เห็นออกทีวี
2.เป้าหมายของการระเบิดทรายคือ เอาลูกออกจากทรายให้ได้ก่อน คีย์อยู่ที่การระเบิดทรายคือการตีหลังลูกประมาณ 1 นิ้วและเมื่อหน้าไม้สัมผัสทรายจะต้องห้ามหยุด ให้ follow through ให้ผ่านทรายให้ได้ นักกอล์ฟสมัครเล่นที่ไม่สามารถตีออกจากทรายได้ เกิดจากการหยุดการเร่งหน้าไม้เอาชนะแรงต้านของทรายนั่นเอง การแก้ปัญหานี้คือ ก่อนเข้าตีให้ประเมินน้ำหนักที่จะตีและหาตำแหน่งจบสวิง ซ้อมท่าจบสวิงว่าเราจะจบสวิงที่ตำแหน่งไหน และเมื่อเข้าตีก็เพียงแค่ตีให้โดนทรายหลังลูก 1 นิ้วและให้ไปจบสวิงที่ตำแหน่งที่ซ้อมไว้ให้ได้ จะทำให้เราไม่หยุดการเร่งหน้าไม้เมื่อผ่านแรงต้านของทราย ส่วนการควบคุมให้ใกล้เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก เพราะการระเบิดทรายที่เหมาะสม ลูกกอล์ฟเคลื่อนที่ไม่ได้เกิดจากการปะทะกับหน้าไม้ แต่เกิดจากการที่หน้าไม้เคลื่อนที่ผ่านทรายและอุ้มลูกกอล์ฟให้ลอยขึ้น ดังนั้นการควบคุมระยะจึงทำได้ยากกว่าการพิทช์ และปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้อีกหลายอย่าง ทั้งทรายเปียก ทรายแห้ง ทรายหยาบ ทรายละเอียด ไลน์ที่ลูกกอล์ฟอยู่ พื้นที่ที่บังคับลักษณะการยืน ความสูงของขอบบังเกอร์ที่บังคับให้ควบคุมวิถีลูกแตกต่างไปจากปกติ ลักษณะของกรีนและพื้นที่ตกบนกรีน หลากหลายองค์ประกอบที่ยากเกินกว่าจะควบคุมได้ จึงแนะนำว่าอยู่ไปคาดหวังกับการระเบิดทรายให้ใกล้ธง โฟกัสที่การเอาลูกออกจากทรายให้ได้ก่อน และเข้าไปอยู่ในระยะ 7 ฟุตตามที่ซ้อมพัตต์มา จะไม่กดดันตัวเองเกินไป และยังพอมีโอกาสเก็บพัตต์เดียวได้
3.ลูกกอล์ฟที่จมในทราย หรือที่เรียกว่าไข่ดาว จะมีเทคนิคในการเล่นที่ต่างออกไป คีย์คือ การให้ตีให้หน้าไม้ปะทะลูกกอล์ฟให้เต็มที่สุด ดังนั้นไม้กอล์ฟจะต้องเข้าปะทะลูกในมุมที่ชันกว่าปกติและตีอัดเน้นๆเข้าไปที่ลูกเต็มๆ โดยไม่ต้อง follow through
การเล่นในทรายไม่ยากอย่างที่นักกอล์ฟกลัวกัน เพียงเข้าใจและทำสิ่งสำคัญให้ถูกต้องเท่านั้น อ่านอีกรอบ แกะเอาประเด็นสำคัญไปใช้งาน รับรองว่า Bunker Shot จะเป็นช็อตขนมที่คุณจะเลิกกลัวอีกต่อไป แต่อย่าลืมนะครับว่าคำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับการเล่น Bunker Shot คือ อย่าตีลง Bunker ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
คำแนะนำเมื่อคุณตีพลาดไปตก Bunker คือ
1.เมื่อเราตีตกทรายรอบๆกรีน ให้รีบเดินไปที่ลูก ถ้าไม่กีดขวางการเล่นของเพื่อน ให้เข้าเล่นก่อนที่เพื่อนจะมายืนเชียร์และกดดัน เพราะเมื่อเกิดการผิดพลาดในทรายเกิดขึ้น โอกาสตีเสียต่อเนื่องจะมีมาก เนื่องจากขาดสติเพราะเร่งตีและไม่อยากให้ทุกคนบนกรีนยืนรอ ยิ่งเร่งก็ยิ่งพลาด และถ้าเกิดตีพลาดไม่ว่าจะตีไม่ออกนอกทรายหรือบินข้ามไปตกทรายอีกฟาก ให้รวบรวมสติ และอย่าลืม routine ในการเริ่มตีช็อตใหม่ แม้แต่โปรอาชีพที่ไร้สติก็ยังรั่วและเทให้เห็นออกทีวี
2.เป้าหมายของการระเบิดทรายคือ เอาลูกออกจากทรายให้ได้ก่อน คีย์อยู่ที่การระเบิดทรายคือการตีหลังลูกประมาณ 1 นิ้วและเมื่อหน้าไม้สัมผัสทรายจะต้องห้ามหยุด ให้ follow through ให้ผ่านทรายให้ได้ นักกอล์ฟสมัครเล่นที่ไม่สามารถตีออกจากทรายได้ เกิดจากการหยุดการเร่งหน้าไม้เอาชนะแรงต้านของทรายนั่นเอง การแก้ปัญหานี้คือ ก่อนเข้าตีให้ประเมินน้ำหนักที่จะตีและหาตำแหน่งจบสวิง ซ้อมท่าจบสวิงว่าเราจะจบสวิงที่ตำแหน่งไหน และเมื่อเข้าตีก็เพียงแค่ตีให้โดนทรายหลังลูก 1 นิ้วและให้ไปจบสวิงที่ตำแหน่งที่ซ้อมไว้ให้ได้ จะทำให้เราไม่หยุดการเร่งหน้าไม้เมื่อผ่านแรงต้านของทราย ส่วนการควบคุมให้ใกล้เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก เพราะการระเบิดทรายที่เหมาะสม ลูกกอล์ฟเคลื่อนที่ไม่ได้เกิดจากการปะทะกับหน้าไม้ แต่เกิดจากการที่หน้าไม้เคลื่อนที่ผ่านทรายและอุ้มลูกกอล์ฟให้ลอยขึ้น ดังนั้นการควบคุมระยะจึงทำได้ยากกว่าการพิทช์ และปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้อีกหลายอย่าง ทั้งทรายเปียก ทรายแห้ง ทรายหยาบ ทรายละเอียด ไลน์ที่ลูกกอล์ฟอยู่ พื้นที่ที่บังคับลักษณะการยืน ความสูงของขอบบังเกอร์ที่บังคับให้ควบคุมวิถีลูกแตกต่างไปจากปกติ ลักษณะของกรีนและพื้นที่ตกบนกรีน หลากหลายองค์ประกอบที่ยากเกินกว่าจะควบคุมได้ จึงแนะนำว่าอยู่ไปคาดหวังกับการระเบิดทรายให้ใกล้ธง โฟกัสที่การเอาลูกออกจากทรายให้ได้ก่อน และเข้าไปอยู่ในระยะ 7 ฟุตตามที่ซ้อมพัตต์มา จะไม่กดดันตัวเองเกินไป และยังพอมีโอกาสเก็บพัตต์เดียวได้
3.ลูกกอล์ฟที่จมในทราย หรือที่เรียกว่าไข่ดาว จะมีเทคนิคในการเล่นที่ต่างออกไป คีย์คือ การให้ตีให้หน้าไม้ปะทะลูกกอล์ฟให้เต็มที่สุด ดังนั้นไม้กอล์ฟจะต้องเข้าปะทะลูกในมุมที่ชันกว่าปกติและตีอัดเน้นๆเข้าไปที่ลูกเต็มๆ โดยไม่ต้อง follow through
การเล่นในทรายไม่ยากอย่างที่นักกอล์ฟกลัวกัน เพียงเข้าใจและทำสิ่งสำคัญให้ถูกต้องเท่านั้น อ่านอีกรอบ แกะเอาประเด็นสำคัญไปใช้งาน รับรองว่า Bunker Shot จะเป็นช็อตขนมที่คุณจะเลิกกลัวอีกต่อไป แต่อย่าลืมนะครับว่าคำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับการเล่น Bunker Shot คือ อย่าตีลง Bunker ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Wednesday, January 4, 2017
045 - เทคนิคการพิทช์ระยะต่างๆด้วยเว็ดจ์อันเดียว
พิทช์ (Pitch) คือการเล่นลูกสั้นด้วยวงสวิงปกติด้วยเว็ดจ์เพื่อให้ได้ระยะตามต้องการ วิถีลูกจะโด่งปกติตามองศาของเว็ดจ์ที่ใช้ แต่ระยะจะสั้นยาวตามต้องการขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ เทคนิคที่แนะนำคือระยะ backswing และการโช็คตำแหน่งการจับกริป
นักกอล์ฟควรหาระยะการพิทช์ด้วยระยะ backswing ที่แตกต่างกัน 4 ระยะ ได้แก่ ระยะเต็มวง, ระยะ 3/4 ของวง , ระยะ 1/2 หรือระยะครึ่งวง และ ระยะ 1/3 ของวง ระยะของการ backswing ทั้ง 4 มากน้อยแค่ไหน ควรเป็นระยะของการ backswing ที่ทำให้เกิดระยะห่างระหว่างระยะทั้ง 4 ออกมาใกล้เคียงกัน แล้วจำความรู้สึกของตำแหน่ง backswing ทั้ง 4 เอาไว้ให้ดี
ตัวอย่างเช่น ใช้เว็ดจ์ 56 องศา
สวิงเต็มวง ระยะ 100 หลา
สวิง 3/4 ของวง ระยะ 75 หลา
สวิง ครึ่งวง ระยะ 50 หลา
สวิง 1/2 ของวง ระยะ 25 หลา
จากนั้นโช็คตำแหน่งจับกริปให้ต่ำลงเพื่อตีด้วยระยะ backswing ที่แตกต่างกัน 4 ระยะ
ตัวอย่างเช่น ใช้เว็ดจ์ 56 องศา
สวิงเต็มวง (โช็ค) ระยะ 85 หลา
สวิง 3/4 ของวง (โช็ค) ระยะ 65 หลา
สวิง ครึ่งวง (โช็ค) ระยะ 35 หลา
สวิง 1/2 ของวง (โช็ค) ระยะ 15 หลา
นักกอล์ฟแต่ละคนมีระยะพิทช์ทั้ง 8 ระยะที่แตกต่างกันเอาไว้ใช้งานในสถานการณ์จริง แต่ถ้าระยะที่ต้องตีอยู่ระหว่าง 8 ระยะนี้ นักกอล์ฟจะต้องเพิ่มลดระยะ backswing ร่วมกับการโช็คมากน้อยตามเหมาะสม ยิ่งเราออกรอบและมีประสบการณ์จากการพิทช์ที่รู้ระยะที่แน่นอนจาก rangefinder จะทำให้เราพัฒนาฟิลลิ่งในการพิทช์ตามระยะ เกิดเป็นสัญชาตญานจากการใช้เทคนิคทั้งสองร่วมกันได้อย่างแม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆ ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
นักกอล์ฟควรหาระยะการพิทช์ด้วยระยะ backswing ที่แตกต่างกัน 4 ระยะ ได้แก่ ระยะเต็มวง, ระยะ 3/4 ของวง , ระยะ 1/2 หรือระยะครึ่งวง และ ระยะ 1/3 ของวง ระยะของการ backswing ทั้ง 4 มากน้อยแค่ไหน ควรเป็นระยะของการ backswing ที่ทำให้เกิดระยะห่างระหว่างระยะทั้ง 4 ออกมาใกล้เคียงกัน แล้วจำความรู้สึกของตำแหน่ง backswing ทั้ง 4 เอาไว้ให้ดี
ตัวอย่างเช่น ใช้เว็ดจ์ 56 องศา
สวิงเต็มวง ระยะ 100 หลา
สวิง 3/4 ของวง ระยะ 75 หลา
สวิง ครึ่งวง ระยะ 50 หลา
สวิง 1/2 ของวง ระยะ 25 หลา
จากนั้นโช็คตำแหน่งจับกริปให้ต่ำลงเพื่อตีด้วยระยะ backswing ที่แตกต่างกัน 4 ระยะ
ตัวอย่างเช่น ใช้เว็ดจ์ 56 องศา
สวิงเต็มวง (โช็ค) ระยะ 85 หลา
สวิง 3/4 ของวง (โช็ค) ระยะ 65 หลา
สวิง ครึ่งวง (โช็ค) ระยะ 35 หลา
สวิง 1/2 ของวง (โช็ค) ระยะ 15 หลา
นักกอล์ฟแต่ละคนมีระยะพิทช์ทั้ง 8 ระยะที่แตกต่างกันเอาไว้ใช้งานในสถานการณ์จริง แต่ถ้าระยะที่ต้องตีอยู่ระหว่าง 8 ระยะนี้ นักกอล์ฟจะต้องเพิ่มลดระยะ backswing ร่วมกับการโช็คมากน้อยตามเหมาะสม ยิ่งเราออกรอบและมีประสบการณ์จากการพิทช์ที่รู้ระยะที่แน่นอนจาก rangefinder จะทำให้เราพัฒนาฟิลลิ่งในการพิทช์ตามระยะ เกิดเป็นสัญชาตญานจากการใช้เทคนิคทั้งสองร่วมกันได้อย่างแม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆ ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Tuesday, January 3, 2017
044 - เลือกเว็ดจ์อันเดียวเพื่อเล่นลูกสั้นทุกสถานการณ์อย่างไร
หัวเรื่องคือคำถามที่มีนักกอล์ฟอยากรู้และจะตอบอย่างละเอียดในวันนี้ การเลือกเว็ดจ์จะต้องอธิบายองค์ประกอบของเว็ดจ์ทั้งหมดที่มีผลต่อการเล่นลูกสั้นที่หลากหลาย ทั้งพิทช์ (Pitch), ชิพ (Chip), ระเบิดทราย (Bunker) และช็อตแก้ปัญหาสารพัด
1.Loft องศาของเว็ดจ์สำหรับเล่นลูกที่หลากหลายควร อยู่ประมาณ 54-58 เพราะเป็นองศากลางๆที่ปรับเปลี่ยนวิถีบอลจากต่ำถึงสูงได้อย่างครอบคลุม ผู้ผลิตส่วนใหญ่ก็ผลิตรุ่นที่หลากหลายในองศาช่วงนี้ นักกอล์ฟที่เล่นกอล์ฟอยู่แล้วควรเริ่มจากพิจารณาตนเองก่อนว่า องศาไหนที่เราถนัดมากที่สุด ใช้บ่อยที่สุด โดยส่วนตัวแล้วใช้ 56 องศา
2.bounce เป็นอีกเรื่องของเว็ดจ์ที่สร้างความสับสนให้กับนักกอล์ฟมากที่สุด เพราะการออกแบบ bounce มีองค์ประกอบหลายประการ แต่ที่มีผลต่อการใช้งานจะมี 3 ส่วน ได้แก่ ลักษะณะการเจียร bounce, ความกว้างของฐาน bounce และองศา bounce
ขอยืมภาพเว็ดจ์ Titleist ซึ่งมีลักษะณะการเจียร bounce ที่ต่างกันทั้ง 5 แบบ มาช่วยอธิบายให้นักกอล์ฟได้เข้าใจกัน การเลือกลักษะณะการเจียร bounce ขึ้นอยู่กับลักษณะของมุมเข้าลูกของนักกอล์ฟและลักษณะของพื้นผิวสนามที่เล่น สิ่งที่ต่างกันของ bounce ทั้ง 5 แบบ คือลักษณะการเจีย Trailing Edge และความกว้างของฐาน bounce (Bounce Width)
จำเอาไว้ว่า Trailing Edge ยิ่งคม, ฐาน bounce ยิ่งกว้าง และ องศา bounce ยิ่งมาก bounce จะทำงานมากขึ้น ช่วยลดการขุด (dig) ในนักกอล์ฟที่มีมุมเข้าลูกแบบกดลงและเหมาะกับการเล่นในสนามที่มีพื้นผิวนุ่ม ภาพเว็ดจ์ขวามือสุดคือการออกแบบที่ช่วยลดการขุดมากที่สุด เว็ดจ์ทางซ้ายไล่ระดับ bounce ที่มีการเจียร Trailing Edge ให้มน และฐาน bounce แคบลงตามลำดับ จำไว้ว่า Trailing Edge ยิ่งมน, ฐาน bounce ยิ่งแคบ และองศา bounce ยิ่งน้อย เว็ดจ์จะขุดมากขึ้น การทำงานของ bounce จะน้อยลง ซึ่งจะเหมาะกับนักกอล์ฟที่มีลักษณะการเข้าลูกแบบกวาด และเหมาะกับพื้นผิวสนามที่ออกไปทางแห้งแข็งหรือหญ้าเตียน
สำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่จะมีแนวเข้าลูกแบบกวาด และยิ่งถ้าเล่นบนพื้นหญ้าออกไปทางแข็งและเตียน ควรพิจารณาลักษณะ bounce แบบที่มีการเจียร Trailing Edge ลักษณะประมาณ S-Grind (รูปกลาง) และ M-Grind (ซ้ายของรูปกลาง) ที่มี bounce ประมาณ 8-12 องศา เพื่อใช้เล่นลูกสั้นที่หลากหลาย แต่ถ้าเว็ดจ์ที่คุณใช้ได้ดี ไม่ได้มี bounce ตามที่ว่ามา ก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด แบบไหนที่มันดีกับเรา ก็ใช้แบบนั้นเลย
3.Shaft ก้านเว็ดจ์ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักและความแข็งไปทางมาก เพื่อให้การควบคุมระยะและทิศทางทำได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้ารู้สึกว่ามันหนักหรือแข็งเกินไปก็ให้เลือกใช้ก้านเหล็กที่มีน้ำหนักเบาหรืออ่อนลงได้ตามเหมาะสม แต่ก็ไม่ควรใช้ก้านที่อ่อนและเบาเกินไปที่จะสร้างปัญหาที่ทำให้ความแม่นยำลดลง
4.Grip การเล่นลูกสั้นที่หลากหลาย จะมีการเปิดปิดหน้าไม้ให้สัมพันธ์กับลักษณะช็อตที่จะเล่น กริปที่เหมาะสมคือกริปกลมที่เราจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในมือเมือเราเปิดปิดหน้าไม้ ไม่ควรใช้กริปมีสัน
5.Length เว็ดจ์ควรมีความยาวน้อยกว่าหรือเท่ากับความยาวของชุดเหล็กที่สั้นที่สุดในถุง
นี่คือองค์ประกอบหลักที่สำคัญในการเลือกเว็ดจ์อันเดียวเพื่อเล่นลูกสั้นทุกสถานการณ์ ลองนำไปใช้พิจารณาเลือกเว็ดจ์ของท่านดูนะครับ หวังว่าจะตอบคำถามได้อย่างชัดเจน เป็นที่พอใจนะครับคุณป๊อบ นักกอล์ฟที่มีคำถามสงสัยประการใด เชิญสอบถามได้เลยครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
1.Loft องศาของเว็ดจ์สำหรับเล่นลูกที่หลากหลายควร อยู่ประมาณ 54-58 เพราะเป็นองศากลางๆที่ปรับเปลี่ยนวิถีบอลจากต่ำถึงสูงได้อย่างครอบคลุม ผู้ผลิตส่วนใหญ่ก็ผลิตรุ่นที่หลากหลายในองศาช่วงนี้ นักกอล์ฟที่เล่นกอล์ฟอยู่แล้วควรเริ่มจากพิจารณาตนเองก่อนว่า องศาไหนที่เราถนัดมากที่สุด ใช้บ่อยที่สุด โดยส่วนตัวแล้วใช้ 56 องศา
2.bounce เป็นอีกเรื่องของเว็ดจ์ที่สร้างความสับสนให้กับนักกอล์ฟมากที่สุด เพราะการออกแบบ bounce มีองค์ประกอบหลายประการ แต่ที่มีผลต่อการใช้งานจะมี 3 ส่วน ได้แก่ ลักษะณะการเจียร bounce, ความกว้างของฐาน bounce และองศา bounce
ขอยืมภาพเว็ดจ์ Titleist ซึ่งมีลักษะณะการเจียร bounce ที่ต่างกันทั้ง 5 แบบ มาช่วยอธิบายให้นักกอล์ฟได้เข้าใจกัน การเลือกลักษะณะการเจียร bounce ขึ้นอยู่กับลักษณะของมุมเข้าลูกของนักกอล์ฟและลักษณะของพื้นผิวสนามที่เล่น สิ่งที่ต่างกันของ bounce ทั้ง 5 แบบ คือลักษณะการเจีย Trailing Edge และความกว้างของฐาน bounce (Bounce Width)
จำเอาไว้ว่า Trailing Edge ยิ่งคม, ฐาน bounce ยิ่งกว้าง และ องศา bounce ยิ่งมาก bounce จะทำงานมากขึ้น ช่วยลดการขุด (dig) ในนักกอล์ฟที่มีมุมเข้าลูกแบบกดลงและเหมาะกับการเล่นในสนามที่มีพื้นผิวนุ่ม ภาพเว็ดจ์ขวามือสุดคือการออกแบบที่ช่วยลดการขุดมากที่สุด เว็ดจ์ทางซ้ายไล่ระดับ bounce ที่มีการเจียร Trailing Edge ให้มน และฐาน bounce แคบลงตามลำดับ จำไว้ว่า Trailing Edge ยิ่งมน, ฐาน bounce ยิ่งแคบ และองศา bounce ยิ่งน้อย เว็ดจ์จะขุดมากขึ้น การทำงานของ bounce จะน้อยลง ซึ่งจะเหมาะกับนักกอล์ฟที่มีลักษณะการเข้าลูกแบบกวาด และเหมาะกับพื้นผิวสนามที่ออกไปทางแห้งแข็งหรือหญ้าเตียน
สำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่จะมีแนวเข้าลูกแบบกวาด และยิ่งถ้าเล่นบนพื้นหญ้าออกไปทางแข็งและเตียน ควรพิจารณาลักษณะ bounce แบบที่มีการเจียร Trailing Edge ลักษณะประมาณ S-Grind (รูปกลาง) และ M-Grind (ซ้ายของรูปกลาง) ที่มี bounce ประมาณ 8-12 องศา เพื่อใช้เล่นลูกสั้นที่หลากหลาย แต่ถ้าเว็ดจ์ที่คุณใช้ได้ดี ไม่ได้มี bounce ตามที่ว่ามา ก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด แบบไหนที่มันดีกับเรา ก็ใช้แบบนั้นเลย
3.Shaft ก้านเว็ดจ์ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักและความแข็งไปทางมาก เพื่อให้การควบคุมระยะและทิศทางทำได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้ารู้สึกว่ามันหนักหรือแข็งเกินไปก็ให้เลือกใช้ก้านเหล็กที่มีน้ำหนักเบาหรืออ่อนลงได้ตามเหมาะสม แต่ก็ไม่ควรใช้ก้านที่อ่อนและเบาเกินไปที่จะสร้างปัญหาที่ทำให้ความแม่นยำลดลง
4.Grip การเล่นลูกสั้นที่หลากหลาย จะมีการเปิดปิดหน้าไม้ให้สัมพันธ์กับลักษณะช็อตที่จะเล่น กริปที่เหมาะสมคือกริปกลมที่เราจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในมือเมือเราเปิดปิดหน้าไม้ ไม่ควรใช้กริปมีสัน
5.Length เว็ดจ์ควรมีความยาวน้อยกว่าหรือเท่ากับความยาวของชุดเหล็กที่สั้นที่สุดในถุง
นี่คือองค์ประกอบหลักที่สำคัญในการเลือกเว็ดจ์อันเดียวเพื่อเล่นลูกสั้นทุกสถานการณ์ ลองนำไปใช้พิจารณาเลือกเว็ดจ์ของท่านดูนะครับ หวังว่าจะตอบคำถามได้อย่างชัดเจน เป็นที่พอใจนะครับคุณป๊อบ นักกอล์ฟที่มีคำถามสงสัยประการใด เชิญสอบถามได้เลยครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Monday, January 2, 2017
043 - เล่นลูกสั้นด้วยเว็ดจ์อันเดียว
ลูกสั้นคือช็อตที่ใช้งานมากอันดับสองต่อจากพัตเตอร์สำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ไม่มีทักษะในการสวิงที่สมบูรณ์อย่างโปรกอล์ฟ การตีช็อตขึ้นกรีนให้โดนเต็มเพื่อได้ระยะและทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องง่าย ความผิดพลาดส่วนใหญ่จึงเป็นการตีสั้นและผิดทิศทางไปทางซ้ายหรือขวา สุดท้ายลูกกอล์ฟส่วนใหญ่ก็ไม่หยุดอยู่บนกรีนอย่างที่ตั้งใจ เหลือเป็นช็อตระยะสั้นที่ตีต้องไม่เต็มวงเอาไว้ให้แก้ไข
ลูกสั้นในศัพย์ภาษาอังกฤษมีสองประเภทที่นักกอล์ฟไทยมักใช้กันอย่างสับสน ได้แก่ พิทช์ (Pitch) คือ ลูกสั้นที่เล่นด้วยวงสวิงปกติแต่ตีไม่เต็มวง วิถีลูกจะโด่งปกติตามองศาของเว็ดจ์แต่ระยะจะสั้นยาวตามระยะการแบ็คสวิง และ ชิพ (Chip) คือ ลูกสั้นที่พยายามเล่นลูกให้เคลื่อนที่เข้าหากรีนอย่างต่ำๆ เพื่อให้ลูกกลิ้งเข้าหาหลุมตามระยะที่คาดหวังไว้ หลักการในการเล่นลูกสั้นทั้งสองแบบมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ พยายามเล่นให้ง่ายเข้าไว้ อย่าทำให้ซับซ้อน
นักกอล์ฟมักมีคำถามว่าควรใช้เว็ดจ์กี่อัน กี่องศาดี ซึ่งเป็นคำตอบที่ต้องระมัดระวังการตอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะนักกอล์ฟแต่ละคนมีแนวคิดและวิธีการเกมส์ลูกสั้นที่แตกต่างกัน มีทักษะที่แตกต่างกัน มีเวลาในการฝึกซ้อมมากน้อยไม่เท่ากัน เล่นสนามที่มีลักษณะและสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งมีส่วนต่อการเลือกใช้เว็ดจ์เป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าให้แนะนำนักกอล์ฟสมัครเล่นเรื่องการเล่นลูกสั้น จะแนะนำให้เล่นลูกสั้นด้วยเว็ดจ์ให้น้อยตัวมากที่สุด เพราะลูกสั้นเป็นช็อตที่ตีไม่เต็มวง การควบคุมระยะจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึง การเล่นลูกสั้นด้วยเว็ดจ์หลายๆอันจะทำให้เกมส์ซับซ้อนขึ้นอย่างไม่จำเป็น ถ้าสามารถเล่นลูกสั้นทุกประเภททั้งพิทช์ ชิพ และระเบิดทรายได้ด้วยเว็ดจ์เพียงอันเดียว ทักษะและความคุ้นเคยในการใช้เว็ดจ์เพียงอันเดียวจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมาก ทั้งการควบคุมระยะทาง ทิศทาง วิถีลูกกอล์ฟและสปิน จะเกิดเป็นความรู้สึกเหมือนสัญชาตญานได้เร็วกว่าการใช้เว็ดจ์หลายๆอัน
การใช้เว็ดจ์อันเดียวในการเล่นลูกสั้นจะทำให้เราเกิดสัญชาตญานต่อระยะในการตี ยิ่งถ้าเราออกรอบและใช้ Rangefinder วัดระยะถึงธง การพิทช์ขึ้นกรีนที่เรารู้ระยะถึงหลุมที่แน่นอนจะทำให้เราเกิดทักษะในการตีตามระยะอย่างอัตโนมัติ ในที่สุดจะเกิดเป็น feeling ในการควบคุมระยะอย่างอัตโนมัติ และการเล่นเว็ดจ์อันเดียว เราจะมีความมั่นใจและคุ้นเคยในการควบคุมน้ำหนัก ทิศทาง ลูกโด่งต่ำ สปินมากน้อย ตกหยุด ตกวิ่งได้อย่างสร้างสรรค์หลากหลาย ซึ่งเป็นศิลปะของลูกสั้นที่เราไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ที่จะต้องเล่นได้เลย นักกอล์ฟที่เล่นลูกสั้นได้ดีและสม่ำเสมอ จะมีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งการเล่นลูกสั้นด้วยเว็ดจ์อันเดียวช่วยได้มาก จากการสะสมความมั่นใจและความไว้ใจให้กับไม้กอล์ฟเพื่อนยากอันหนึ่งที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาด้วยกันมากมายและก็เอาตัวรอดมาด้วยกันได้เสมอ เกิดเป็นความสัมพันธ์ ความไว้ใจ ความรู้ใจ ความมั่นใจ ที่จับเว็ดจ์อันนี้ก็สามารถเล่นช็อตที่ต้องการได้โดยไม่ต้องคิด เหมือนดั่งเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่ง
ยิ่งถ้าคุณเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ไม่มีเวลาซ้อม เล่นอยู่ในสนามที่ไม่ได้มีคอนดิชั่นและเลย์เอาท์ที่พิสดาร แนะนำให้ใช้เว็ดจ์อันเดียว ลุยทุกสถานการณ์ ความสัมพันธ์ของคุณกับเว็ดจ์คู่ใจจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มันจะเป็นเหมือนเพื่อนปลอบใจในทุกๆครั้งที่คุณตีช็อตขึ้นกรีนพลาด เมื่อทุกครั้งที่คุณจับเว็ดจ์เพื่อนยากนี้ มันจะคอยปลอบใจคุณจากเรื่องผิดหวัง สร้างความมั่นใจให้คุณ และพาผ่านเรื่องร้ายๆไปด้วยกันในที่สุด ... พบกันใหม่พรุ่งนี้ครับ
ลูกสั้นในศัพย์ภาษาอังกฤษมีสองประเภทที่นักกอล์ฟไทยมักใช้กันอย่างสับสน ได้แก่ พิทช์ (Pitch) คือ ลูกสั้นที่เล่นด้วยวงสวิงปกติแต่ตีไม่เต็มวง วิถีลูกจะโด่งปกติตามองศาของเว็ดจ์แต่ระยะจะสั้นยาวตามระยะการแบ็คสวิง และ ชิพ (Chip) คือ ลูกสั้นที่พยายามเล่นลูกให้เคลื่อนที่เข้าหากรีนอย่างต่ำๆ เพื่อให้ลูกกลิ้งเข้าหาหลุมตามระยะที่คาดหวังไว้ หลักการในการเล่นลูกสั้นทั้งสองแบบมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ พยายามเล่นให้ง่ายเข้าไว้ อย่าทำให้ซับซ้อน
นักกอล์ฟมักมีคำถามว่าควรใช้เว็ดจ์กี่อัน กี่องศาดี ซึ่งเป็นคำตอบที่ต้องระมัดระวังการตอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะนักกอล์ฟแต่ละคนมีแนวคิดและวิธีการเกมส์ลูกสั้นที่แตกต่างกัน มีทักษะที่แตกต่างกัน มีเวลาในการฝึกซ้อมมากน้อยไม่เท่ากัน เล่นสนามที่มีลักษณะและสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งมีส่วนต่อการเลือกใช้เว็ดจ์เป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าให้แนะนำนักกอล์ฟสมัครเล่นเรื่องการเล่นลูกสั้น จะแนะนำให้เล่นลูกสั้นด้วยเว็ดจ์ให้น้อยตัวมากที่สุด เพราะลูกสั้นเป็นช็อตที่ตีไม่เต็มวง การควบคุมระยะจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึง การเล่นลูกสั้นด้วยเว็ดจ์หลายๆอันจะทำให้เกมส์ซับซ้อนขึ้นอย่างไม่จำเป็น ถ้าสามารถเล่นลูกสั้นทุกประเภททั้งพิทช์ ชิพ และระเบิดทรายได้ด้วยเว็ดจ์เพียงอันเดียว ทักษะและความคุ้นเคยในการใช้เว็ดจ์เพียงอันเดียวจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมาก ทั้งการควบคุมระยะทาง ทิศทาง วิถีลูกกอล์ฟและสปิน จะเกิดเป็นความรู้สึกเหมือนสัญชาตญานได้เร็วกว่าการใช้เว็ดจ์หลายๆอัน
การใช้เว็ดจ์อันเดียวในการเล่นลูกสั้นจะทำให้เราเกิดสัญชาตญานต่อระยะในการตี ยิ่งถ้าเราออกรอบและใช้ Rangefinder วัดระยะถึงธง การพิทช์ขึ้นกรีนที่เรารู้ระยะถึงหลุมที่แน่นอนจะทำให้เราเกิดทักษะในการตีตามระยะอย่างอัตโนมัติ ในที่สุดจะเกิดเป็น feeling ในการควบคุมระยะอย่างอัตโนมัติ และการเล่นเว็ดจ์อันเดียว เราจะมีความมั่นใจและคุ้นเคยในการควบคุมน้ำหนัก ทิศทาง ลูกโด่งต่ำ สปินมากน้อย ตกหยุด ตกวิ่งได้อย่างสร้างสรรค์หลากหลาย ซึ่งเป็นศิลปะของลูกสั้นที่เราไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ที่จะต้องเล่นได้เลย นักกอล์ฟที่เล่นลูกสั้นได้ดีและสม่ำเสมอ จะมีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งการเล่นลูกสั้นด้วยเว็ดจ์อันเดียวช่วยได้มาก จากการสะสมความมั่นใจและความไว้ใจให้กับไม้กอล์ฟเพื่อนยากอันหนึ่งที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาด้วยกันมากมายและก็เอาตัวรอดมาด้วยกันได้เสมอ เกิดเป็นความสัมพันธ์ ความไว้ใจ ความรู้ใจ ความมั่นใจ ที่จับเว็ดจ์อันนี้ก็สามารถเล่นช็อตที่ต้องการได้โดยไม่ต้องคิด เหมือนดั่งเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่ง
ยิ่งถ้าคุณเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ไม่มีเวลาซ้อม เล่นอยู่ในสนามที่ไม่ได้มีคอนดิชั่นและเลย์เอาท์ที่พิสดาร แนะนำให้ใช้เว็ดจ์อันเดียว ลุยทุกสถานการณ์ ความสัมพันธ์ของคุณกับเว็ดจ์คู่ใจจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มันจะเป็นเหมือนเพื่อนปลอบใจในทุกๆครั้งที่คุณตีช็อตขึ้นกรีนพลาด เมื่อทุกครั้งที่คุณจับเว็ดจ์เพื่อนยากนี้ มันจะคอยปลอบใจคุณจากเรื่องผิดหวัง สร้างความมั่นใจให้คุณ และพาผ่านเรื่องร้ายๆไปด้วยกันในที่สุด ... พบกันใหม่พรุ่งนี้ครับ
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Sunday, January 1, 2017
042 - ชื่นชอบ ... หมกมุ่น ... หลงไหล ... คลั่งไคล้
ขอเริ่มปีใหม่ 2560 ด้วยวีดีโอคลิปนี้
ทุกคนในวีดีโอคลิปนี้แสดงทักษะที่ดูแล้วไม่ธรรมดา ที่เราเห็นแล้วชื่นชม เพราะพวกเขาสามารถทำงานที่ดูธรรมดาๆ ได้ดูพิเศษแตกต่างจากวิถีทั่วไปที่เราคาดหวัง คุ้นเคย และคิดว่าควรจะเป็น เรียกได้ว่า Amazing
สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ ว่าพวกเขาทุกคนมีเหมือนกัน คือสีหน้าแห่งความสุขในงานและสิ่งที่ทำตรงหน้า เชื่อได้ว่าถ้าพวกเขาไม่มีความสุขในสิ่งที่ทำ คงจะไม่มีโอกาสที่จะทำสิ่งง่ายๆให้ดูแตกต่างจนถึงขั้นน่าทึ่งได้ขนาดนี้ ... ความชอบ
ถ้าพวกเขาไม่ฝึกฝน ฝึกซ้อม ให้เวลาอยู่กับมันด้วยความพยายามที่เกินปกติ ก็คงจะไม่เกิดความชำนาญในทักษะที่ดูรวดเร็ว ว่องไว เพลินตา ... หมกมุ่น
ถ้าพวกเขาไม่ตั้งอกตั้งใจที่จะทำพัฒนาปรับปรุงงานที่กำลังทำอยู่ ให้เร็วขึ้น ให้ดีขึ้น ด้วยเทคนิคที่ไม่เคยมีใครคิดทำมาก่อน เราก็คงเห็นบุคคลเหล่านี้เป็นเหมือนคนทำงานคนอื่นๆ ... หลงใหล
ถ้าที่ผ่านมา พวกเขาหยุดพัฒนาและปรับปรุงสิ่งที่พวกเขาทำให้ดีขึ้น ให้เร็วขึ้น ด้วยเทคนิคใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่อง คงจะมีคนอื่นที่ทำสิ่งเดียวกันนี้ได้เร็วกว่า มีประสิทธิภาพกว่า น่าสนใจกว่า และพวกเขาก็คงจะไม่มีวันนี้ ... คลั่งไคล้
เชื่อได้ว่าทุกสาขาอาชีพ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่หรือเรื่องที่ดูเล็กน้อย สามารถสร้างความ Amazing ได้ เพียงเริ่มจากความชอบ ให้เวลาฝึกฝนและอยู่กับมันอย่างหมกมุ่น ตั้งอกตั้งใจคิดปรับปรุงด้วยความหลงไหล และพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนด้วยความคลั่งไคล้ แล้วทุกความชำนาญจะสร้างผลงานที่ก่อให้เกิดสุขให้กับตนเองและส่งผ่านต่อไปยังผู้คนรอบข้างในที่สุด
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Subscribe to:
Posts (Atom)





