Wednesday, March 8, 2017

106 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 6 - ครอบครัวร้าวฉาน

เห็นกระทู้ที่แม่บ้านเขียนระบายเรื่องสามีของตัวเองบ้ากอล์ฟอย่างหนัก ออกรอบสัปดาห์ละ 3-4 วัน จนทำให้เป็นที่กังวลใจของภรรยาเรื่องการงานเป็นอย่างมาก วันหยุดสงกรานต์ที่เป็นวันครอบครัว ก็ออกรอบ 4 วันรวด เป็นคำถามเรื่องการให้เวลากับครอบครัว จนลามไปถึงข้อสงสัยเรื่องกิ๊ก การพนัน และอื่นๆอีกมาก ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับภาพลักษณ์ของกีฬากอล์ฟเป็นอย่างยิ่ง

นักกอล์ฟที่บ้ากอล์ฟ หายใจเข้าออกเป็นกอล์ฟ มีเวลาว่างเป็นอยากซ้อม อยากออกรอบ ไม่ได้ตีกอล์ฟได้ลูบๆคลำๆไม้กอล์ฟก็ยังดี คนพวกนี้มีอยู่จริง โดยเฉพาะนักกอล์ฟมือใหม่ที่กำลังฟิตและติดกอล์ฟงอมแงม อยากทำให้ได้ อยากเอาชนะ ยิ่งเจอก๊วนที่ฝีมือสูสีกันและบรรยากาศก๊วนที่สนุกสนาน ยิ่งทำเกมส์กอล์ฟมันท้าทายเป็นอย่างยิ่ง เป็นช่วงที่หลายคนควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่สำหรับบางคนติดกอล์ฟเพราะติดพนันในเกมส์กอล์ฟและวงไพ่ทั้งในสนามและหลังเกมส์ เวลามากมายที่ใช้ไปกับกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกอล์ฟ ถ้าเป็นคนโสดก็คงไม่เป็นปัญหากระทบกับใคร นอกจากตัวเอง แต่สำหรับนักกอล์ฟที่มีครอบครัว พฤติกรรมบ้ากอล์ฟส่งผลกระทบโดยตรงกับครอบครัว ทั้งภรรยาและลูกๆ เวลาที่ให้กับครอบครัวมันจะมีผลกระทบทันทีหากบริหารจัดการไม่ดี

แต่ที่สร้างความกังวลให้กับภรรยามากกว่าอื่นใด คือเวลาว่างระหว่างรอคอย มันสร้างความว้าวุ่นให้กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ยิ่งภรรยาที่เป็นแม่บ้านที่มีเวลาว่างมาก จะยิ่งกระวนกระวายใจ เพราะการหายไปทั้งวันกับข้ออ้างว่าไปตีกอล์ฟ มันสร้างคำถามว่าสามีมันจะไปตีกอล์ฟจริงไหม สิ่งแรกที่ผู้หญิงคิดคือ สามีใช้กอล์ฟเป็นข้ออ้างเพื่อออกไปมีเวลากับแค๊ดดี้หรือกิ๊กหรือเปล่า ตามมาด้วยกังวลว่าจะเล่นการพนัน ใช้เงินมากเกินไปไหม กินเหล้าสูบบุหรี่ กลับบ้านดึกดื่น ตายไปจะมีใครดูแลครอบครัว ช่วงเวลาว่างๆก็คิดไปได้สารพัด นักกอล์ฟควรคิดถึงมุมนี้บ้าง

ต้องยอมรับว่ากิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกอล์ฟใช้เวลามากจริงๆ ออกรอบครั้งนึงรวมเดินทางและกินข้าวก็ต้องมีเวลา 6-7 ช.ม. เป็นอย่างน้อย ยังไม่รวมเล่นไพ่ต่อ เรียกได้ว่าหมดเวลาทั้งวันกันทีเดียว นักกอล์ฟแต่ละคนมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน บางคนกิจการงานอยู่ตัว ตีกอล์ฟได้ทุกวันโดยไม่เสียงาน แถมยังใช้กอล์ฟเชื่อมสัมพันธ์ต่อยอดธุรกิจในสนามกอล์ฟก็มีมากมาย บางคนแบ่งเวลามาตีกอล์ฟได้โดยไม่กระทบการงานและครอบครัวมากจนเกินงาม จึงอยากจะเตือนนักกอล์ฟทุกคนจะตีกอล์ฟก็แบ่งเวลาให้ดี ตัวนักกอล์ฟเองนั่นแหละที่รู้ตัวเองดีที่สุดว่าความพอเหมาะอยู่ตรงไหน คิดถึงลูกเมียให้มาก เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วความสัมพันธ์ของชีวิต ครอบครัวและเกมส์กอล์ฟจะดีขึ้น เข้าใจว่าคนติดกอล์ฟมันอารมณ์ต่อเนื่อง แต่ก็อย่าให้กอล์ฟทำเสียคน เพราะถ้าคิดจะตีกอล์ฟให้ได้ตลอดชีวิต ตีอย่างหักโหมคงตีไม่ได้นาน อยากให้นักกอล์ฟทุกคนตีกอล์ฟแล้วได้ดี เจอคนดีๆ แล้วพากันทำสิ่งดีๆ เจริญๆ ตีกอล์ฟแล้วได้ดีมีหรือที่ครอบครัวจะไม่สนับสนุน

ปล. ข้อคิดสำหรับนักกอล์ฟที่ติดกอล์ฟ Alice Coopers นักร้องเพลงร็อคชื่อดังที่เคยติดสุราอย่างหนัก มีคนแนะนำให้ตีกอล์ฟ ก็หันมาติดกอล์ฟและเลิกดื่มเหล้า ตีกอล์ฟทุกวันเป็นบ้าเป็นหลัง ออกเช้ากลับมืด จนภรรยาพูดติดตลกว่า ให้กลับไปติดเหล้าเหมือนเก่าดีซะกว่า เพราะกินเหล้ายังอยู่บ้านให้เห็นหน้าบ้าง





Tuesday, March 7, 2017

105 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 5 - รถกอล์ฟอันตรายกว่าที่คิด

คำถาม: นักกอล์ฟรู้ไหมว่าอุบัติเหตุในสนามกอล์ฟมีสาเหตุมาจากอะไรมากที่สุด

คำตอบ: รถกอล์ฟ



ในอเมริกามีอุบัติเหตุจากรถกอล์ฟปีละไม่ต่ำกว่า 15,000 ครั้ง และเหตุผลด้านล่างนี้น่าจะพอชี้ให้เห็นว่าทำไม่รถกอล์ฟจึงอันตรายมากๆ

1. ขับรถกอล์ฟไม่ต้องมีใบขับขี่ อุบัติเหตุจากการขับรถกอล์ฟของเด็กจึงมีมากที่สุด
2. รถกอล์ฟไม่มี safety belt
3. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ขับรถกอล์ฟได้
4. คนขับไม่ได้เป็นเจ้าของรถกอล์ฟ ไม่รู้สภาพของรถกอล์ฟที่ตนเองขับ
5. นักกอล์ฟไม่คุ้นเคยกับสภาพสนามและถนน ที่มีทั้งเนินที่มีความชัน โค้งต่างๆ ที่พร้อมจะทำให้เกิดอันตรายได้ไม่ยาก
6. นักกอล์ฟที่อยู่ในอารมณ์คึกคะนอง จะสนุกกับการขับรถกอล์ฟได้อย่างอันตรายเหลือเชื่อ
7. สภาพอากาศก็มีผลให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกัน เช่น ฝนตก พื้นลื่น, ลมแรง, หมอกหนา
8. สนามกอล์ฟมักมีห้วย หนอง คลอง บึง ซึ่งถ้ารถคาร์ทพุ่งลงไป อุบัติจากการจมน้ำจะมาแทนที่
9. รถกอล์ฟที่แหกโค้งและตกลงจากเนินที่ชันมีโอกาสพลิกคว่ำได้ง่าย ด้วยหลังคาที่ไม่แข็งแรงมากพอ และประตูก็ไม่มี อันตรายเป็นอย่างยิ่ง
10. สนามกอล์ฟไม่ได้สร้างเพื่อรองรับความปลอดภัยจากการขับรถกอล์ฟ โค้ง เนิน สะพาน แหล่งน้ำ จึงไม่มีที่กั้น จึงเกิดอุบัติเหตุหลุดโค้ง ชนต้นไม้ ลงเขา ลงน้ำ เขาป่า ตกสะพาน อันตรายทั้งนั้น
11. เวลานักกอล์ฟขับรถแล้วไม่มีสมาธิกับการขับ มัวแต่มองหาลูกของตัวเอง ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อย

ดูวีดีโอคลิปนี้แล้วจะรู้ว่าอุบัติเหตุจากรถกอล์ฟเป็นไปได้มากมายเกินจินตนาการ ซึ่งบางทีเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ว่ามันทำไปได้ยังไง



นักกอล์ฟที่ไม่อยากเสี่ยงอันตรายจากรถกอล์ฟ ก็หันมาเดินตีกอล์ฟกันดีกว่า ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และประหยัดเงินด้วย ส่วนนักกอล์ฟที่ขับรถกอล์ฟก็ขับด้วยความระมัดระวังนะครับ ใครมีประสบการณ์จากอุบัติเหตุรถกอล์ฟเชิญแชร์ให้นักกอล์ฟท่านอื่นได้เลยครับ



Monday, March 6, 2017

104- อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 4 - ฟ้าผ่า

นี่คือภาพของถุงกอล์ฟและรถลากที่ถูกฟ้าผ่า ระดับแรงดันไฟฟ้าว่ากันว่าสูงถึง 100 ล้านโวลต์ สภาพที่เห็นคือเศษซากไม้กอล์ฟ ถุงกอล์ฟและรถกอล์ฟที่ไหม้ไฟและกระจุยกระจาย กลายเป็นเศษซาก สังเกตที่หัวไม้ Cleveland จะเห็นรูทะลุบน sole ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในถุงกอล์ฟ แสดงว่าฟ้าผ่าลงมาที่หัวไม้นี่เอง คิดดูว่าถ้าเอาไปยืนอยู่ข้างๆถุงกอล์ฟจะเป็นอย่างไร มันคงลงกระบาลของเราที่อยู่สูงกว่าไม้กอล์ฟแทนอย่างแน่นอน






ขอขอบคุณ http://www.milesofgolf.com/ สำหรับภาพประกอบ


ดีที่ไม่เขียนบทความนี้ในช่วงฤดูฝน นักกอล์ฟคงขาสั่นไปตามๆกันหลังจากเห็นภาพประกอบ ฤดูฝนที่จะมาถึงในปีนี้ ถ้าคุณติดอยู่ในพายุฝนฟ้าคะนองอย่าไปอยู่ในบริเวณเหล่านี้

1. พื้นที่สูงและมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอย่างโด่เด่ตั้งตระหง่าน
2. อย่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง แม่น้ำ สระว่ายน้ำ
3. ให้เข้าไปอยู่ในตัวอาคาร หรือรถยนต์ที่มีประตูปิด รถกอล์ฟไม่ปลอดภัย เข้าไปนั่งในซุ้มก็ยังดีกว่า
4. อยู่ห่างจากวัตถุที่เป็นโลหะ ไม้กอล์ฟ ร่ม หรือแม้แต่รถกอล์ฟ

กฏเพื่อความปลอดภัยจากฟ้าผ่าโดยทั่วไป เราควรจะเริ่มเล่นกอล์ฟได้เมื่อเวลาผ่านไปอย่างน้อย 30 นาทีหลังจากเกิดฟ้าผ่าในระยะ 10 ก.ม. เมื่อเราเห็นฟ้าผ่าแล้วเริ่มนับเวลา ถ้าเราได้ยินเสียงฟ้าผ่าในเวลาน้อยกว่า 30 วินาที แสดงว่าเราอยู่ห่างจากตำแหน่งฟ้าผ่าน้อยกว่า 10 ก.ม. โอกาสที่ฟ้าผ่าครั้งต่อไปภายในระยะ 10 ก.ม. มีสูงถึง 80% เราจึงควรหยุดเล่นกอล์ฟและเข้าไปอยู่ในที่ปลอดภัยจะดีกว่า รอ 30 นาที แล้วค่อยกลับไปเล่นต่อ

เอากฏนี้ไว้ใช้เวลาออกรอบแล้วอยู่ในสถานการณ์ที่มีฝนฟ้าคะนอง สนามกอล์ฟในเมืองไทย ไม่มีใครใหญ่กว่านักกอล์ฟ จึงมักไม่มีใครออกมาห้ามนายให้เป็นเรื่องเป็นราว นักกอล์ฟที่คิดว่าเรื่องฟ้าผ่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไกลตัว คงจะไม่ซวยขนาดนั้นหรอก ควรคิดใหม่ ดูรูปถุงกอล์ฟที่โดนฟ้าผ่าอีกรอบแล้วตัดสินใจใหม่ อย่าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเลยครับ



Sunday, March 5, 2017

103 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 3 - ตีห่วยเพราะร่างกายขาดน้ำ

มนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น เมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายของนักกอล์ฟสูงขึ้น จากการออกรอบเล่นกอล์ฟไม่ว่าจะเป็นในช่วงเวลาไหนของวันก็ตาม ระบบภายในร่างกายก็จะทำการลดอุณหภูมิในร่างกายให้ลดลงด้วยการระบายความร้อนผ่านรูขุมขนออกมาในรูปของเหงื่อ และปล่อยปัสสาวะที่มีอุณหภูมิที่สูงกว่าอุณหภูมิห้องออกมา ซึ่งทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำออกไป และเราควรจะดื่มน้ำชดเชยเข้าไป เพื่อไม่ให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ หรือที่เรียกว่า Dehydration

อาการของคนที่ร่างกายขาดน้ำเป็นดังต่อไปนี้

1. ริมฝีปากเริ่มแห้ง
2. รู้สึกกระหายน้ำ
3. ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม
4. ร่างกายอ่อนเพลีย
5. กล้ามเนื้ออ่อนล้า ถ้าขาดน้ำมากๆ อาจจะถึงขั้นเป็นตะคริวได้
6. รู้สึกกระสับกระส่าย ไม่มีสมาธิ หรืออาจถึงขั้นวิงเวียนศรีษะ จะเป็นลมได้
7. ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง มีผลให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ถ้าร่างกายของนักกอล์ฟขาดน้ำจะมีผลต่อเกมส์กอล์ฟ ทั้งในแง่ของร่างกาย จะเกิดผลกระทบต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นผลทำให้ความแม่นยำลดลง, การควบคุมระยะแย่ลง และระยะไดร์ฟก็จะลดลงด้วยเช่นกัน ตามด้วยผลกระทบด้านลบต่อจิตใจ ซึ่งมีผลต่อการควบคุมสมาธิ สติสัมปชัญญะ แก้ปัญหา การวางแผน และการตัดสินใจ

สาเหตุอื่นๆที่ทำให้นักกอล์ฟมีโอกาสอยู่ในภาวะขาดน้ำได้ง่ายขึ้น ได้แก่ ความเครียด, อายุที่มากขึ้น ร่างกายจะกักเก็บน้ำสำรองได้น้อยลง หรือแม้แต่การดื่ม เบียร์ ชา กาแฟ ก็ทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น

นักกอล์ฟแต่ละคนมีระดับการสูญเสียน้ำไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่นักกอล์ฟทุกคนควรทำคือ การดื่มน้ำในระหว่างออกรอบให้มากขึ้น ดื่มโดยไม่ต้องรอให้หิวน้ำ ดื่มน้ำก่อนทีออฟทุกหลุมให้ติดเป็นนิสัย แค่นี้เราก็จะไม่มีวันที่ตีห่วยเพราะร่างกายขาดน้ำอย่างแน่นอน ... พบกันใหม่พรุ่งนี้




Friday, March 3, 2017

102 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 2 - แสงแดดทำร้ายผิวหนังมากกว่าที่เราคิด

ทุกวันนี้เราน่าจะรู้สึกกันได้ว่าแสงแดดที่กระทบบนผิวหนังนั้น ร้อนอย่างรุนแรงมากขึ้นกว่าในอดีตมาก แม้แต่นั่งอยู่ในรถยนต์ที่มีเครื่องปรับอากาศ แสงแดดที่ส่องมาโดนผิวหนังยังทำให้รู้สึกแสบผิวได้เลย นับประสาอะไรกับผลเสียจากการที่นักกอล์ฟต้องเดินตากแดดเป็นเวลา 4-5 ชั่วโมง โดยไม่ป้องกันผิวจากการสัมผัสกับแดดโดยตรง ในแสงแดดนั้นมีรังสี UV ที่เป็นต้นเหตุของผิวไหม้ ผิวอักเสบ และที่ร้ายแรงที่สุด ก็คือมีผลต่อการทำงานผิดปกติของเซลล์ผิวหนัง ที่เรียกกันว่ามะเร็งผิวหนังนั่นเอง เราจึงควรมีมาตรการรับมือกับแสงแดดเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

มาตราการที่ 1 - การใช้ร่มกันแดดเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดและปริมาณรังสี UV ที่จะสัมผัสโดนผิวโดยตรงได้อย่างมาก ขอให้เป็นผ้าร่มที่ทำจากวัสดุทึบแสงก็ใช้งานได้แล้ว แต่ยิ่งเป็นวัสดุที่ช่วยสะท้อนแสงด้วยก็จะยิ่งลดปริมาณ UV ลงไปได้มาก

มาตราการที่ 2 - ร่มไม่ได้ช่วยป้องกันรังสี UV ได้ทั้งหมด เพราะเมื่อเราอยู่กลางแดดรังสี UV สะท้อนมาจากทุกทิศทุกทาง การปิดบังผิวให้มากที่สุด เสื้อผ้าก็ช่วยลดปริมาณ UV ได้ดีระดับหนึ่ง การใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว จะช่วยลดพื้นที่ผิวหนังที่จะสัมผัสรังสี UV ไปได้เกิน 90% ของพื้นที่ผิวหนังของเรา แต่หากบางคนรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการใส่เสื้อแขนยาว การใช้ปลอกแขนที่ใส่สบาย เบาบาง ระบายเหงื่อได้ดีและป้องกันรังสี UV ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยได้มาก

มาตราการที่ 3 - พื้นที่ผิวหนังที่เหลือก็คือ ผิวหน้า หู คอ และมือ ซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนัก เราควรป้องกันด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไป เพราะยิ่ง SPF สูง ครีมกันแดดก็จะช่วยให้ผิวของเราทนต่อแสงแดดได้ยาวนานขึ้น เพราะในความเป็นจริงนักกอล์ฟแทบทุกคน ไม่เคยมีความคิดที่จะทาครีมกันแดดซ้ำอีกรอบอยู่แล้ว เลือกใช้ครีมกันแดดยี่ห้อที่ใช้แล้วไม่สร้างปัญหากวนใจใดๆ ก็เป็นอันใช้ได้ เพราะอย่างน้อยทาครีมป้องกันไว็ก็ดีกว่าไม่ทาเอาเสียเลยล่ะ

มาตราการที่ 4 - หมวกเป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่จะช่วยลดแสงแดดที่สัมผัสบริเวณผิวหน้าและดวงตา และยังช่วยป้องกันการรบกวนสายตาของแสงแดดที่มีผลต่อการเล่นกอล์ฟด้วย

อย่าประมาทกับเรื่องของสุขภาพ ป้องกันเอาไว้ตั้งแต่วันนี้ เพราะทุกคนอยากที่จะมีชีวิตเพื่อเล่นกอล์ฟให้ได้ยาวนานที่สุด ... จริงไหม




Thursday, March 2, 2017

101 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 1 - นักกอล์ฟใส่หมวกทำไม

กอล์ฟเป็นกีฬากลางแจ้ง ที่รายร้อมไปด้วยอันตรายที่เรามองไม่เห็นมากมายที่มีอยู่ทั่วสนามกอล์ฟ ก่อนที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆ เราควรรู้เท่าทันอันตรายเหล่านี้เสียก่อน เพื่อเตรียมตัวป้องกัน จะได้มีความสุขกับกอล์ฟไปได้นานๆ

นักกอล์ฟหลายคนมีคำถามว่า โปรกอล์ฟในทีวีทำไมต้องใส่หมวก และหนึ่งในคำตอบที่ออกมาทันใด "ก็เพราะว่าโปรกอล์ฟได้ค่าโฆษณาไง" นั่นก็ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงหมวกที่ใส่มีประโยชน์ นักกอล์ฟต้องเล่นกอล์ฟกลางแดด ปีกหมวกช่วยลดแสงแดดและแสง UV ที่จะส่องโดนใบหน้าและตาโดยตรง ช่วยลดอันตรายจากแสงแดดด้วยส่วนหนึ่ง และเนื่องจากกอล์ฟเป็นกีฬาที่อาศัยความสัมพันธ์ของมือและตา การลดแสงแดดที่จะเข้ามารบกวนการมอง จะทำให้สวิงได้ด้วยความแม่นยำอย่างสม่ำเสมอ

อาจจะมีนักกอล์ฟหลายคนบอกว่า ไม่อยากใส่หมวกเพราะกลัวหัวจะล้านแบบโปรกอล์ฟระดับโลก จากการวิจัยและศึกษาลักษณะการสูญเสียเส้นผมของโปรกอล์ฟระดับโลกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านหนังศรีษะพบว่า การใส่หมวกออกรอบอาจมีผลต่อการร่วงของเส้นผม หากมีอาการอับชื้นจากการที่เหงื่อออกที่หนังศรีษะ จากการใส่หมวกที่รัดแน่นมากเกิน อย่างต่อเนื่องยาวนานและใส่บ่อยจนเกินไป แต่การที่นักกอล์ฟระดับโลกหัวล้าน เหตุผลหลักไม่น่ามาจากการใส่หมวก แต่ความเครียดจากการแข่งขันในเกมส์ระดับโลกน่าจะมีผลมากกว่า ยิ่งนักกอล์ฟฝีมือดีมาก โอกาสที่จะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันจะมีมากกว่าและยาวนานกว่า จึงมักเห็นโปรกอล์ฟอันดับต้นๆของโลกหัวล้านมากกว่าปกติ ... ฟังดูมีเหตุมีผลดีมากเลยทีเดียว

ต่อไปนักกอล์ฟก็ใส่หมวกออกรอบได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกลัวหัวล้านอีกต่อไป เพราะถ้าคุณหัวไม่ล้าน แสดงว่าคุณยังฝีมือไม่ดีพอ แต่ให้ระวัง อย่าใส่หมวกจนแน่นเกินไป ถอดออกเพื่อระบายความร้อนและเหงื่อบ้าง อย่าปล่อยให้เกิดความอับชื้นบนหัวเป็นเวลานานๆ

มีมุขในสนามกอล์ฟเกี่ยวกับหมวกที่เคยได้ยินมา เขาว่า

"ถ้าเราใส่หมวกแล้วมีคนพลาดตีลูกกอล์ฟมาโดนหัว แล้วหัวจะไม่แตก"

นักกอล์ฟเชื่อมะ

"ถ้าไม่เชื่อลองดูสิ"

พบกันใหม่พรุ่งนี้




Wednesday, March 1, 2017

100 - ตีไกล ตอน 36 - แล้ววันที่ตีไม่ไกลเหมือนเดิมก็กลับมาหา

มันเป็นสัจธรรม ที่ไม่มีอะไรถาวร ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง อย่าไปยึดถือ ... นักกอล์ฟที่เคยไดร์ฟหัวไม้ได้ไกลมาก เริ่มรู้สึกว่าตัวเองตีสั้นลงๆ แล้ววันหนึ่งก็ถึงจุดที่ทนไม่ไหวแล้วที่ระยะไดร์ฟหายไปมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้ตีไม่ไกลเหมือนก่อน

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักกอล์ฟทุกคน ไม่ช้าก็เร็ว เพราะทุกสิ่งเปลี่ยนแปลง ทั้งสังขาร อายุ กล้ามเนื้อ ความรู้สึก และความคุ้นเคย สิ่งเหล่านี้ทำให้วงสวิงเพี้ยน ไม้กอล์ฟที่เคยตีได้ดีกลับตีไม่ได้เหมือนเก่า อย่าไปคิดมาก เพราะแม้แต่โปรกอล์ฟอาชีพที่ตีกอล์ฟทุกวัน วงสวิงก็เพี้ยนเช่นกัน ขอให้กลับไปสู่เบสิก  กลับไปอ่านตั้งแต่ ตีไกล ตอน 1 - ตรวจสอบก่อนที่จะคิดเพิ่มระยะไดร์ฟเวอร์ ไล่อ่านให้ครบทั้ง 36 ตอน แล้วคุณจะเจอต้นเหตุของปัญหา และแก้ไขให้กลับมาตีไดร์เวอร์ได้ไกลขึ้นได้ แต่อย่าไปยึดถือว่ามันจะต้องกลับมาไกลเหมือนเดิม เพราะสังขารที่ถดถอยไปตามอายุบางทีก็เอาระยะคืนกลับมาไม่ได้เหมือนตอนหนุ่มๆ ... เป็นกำลังใจให้นะครับ

ผ่านมาถึงบทความที่ 100 แล้ว เดินทางมา 1 ใน 10 ของเป้าหมายแล้ว ต่อจากนี้ไปจะมีอะไรสนุกๆเพิ่มมากขึ้นและหลากหลายมากขึ้น ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ขอให้ติดตามกันต่อไปนะครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้