Wednesday, March 15, 2017

113 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 11 - ลมแดด (Heat Stroke)

"กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนเตรียมรับมืออากาศร้อนจัด ช่วงวันที่17-19 มี.ค. 2560 นี้ ประเทศไทยจะร้อนที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน และมีโอกาสเปลี่ยนเป็นคลื่นความร้อนหรือฮีตเวฟ คือมีอุณหภูมิ ร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเกิน 24 ชม. จะมีความชื้น สัมพัทธ์เกิน 70% ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้"

อากาศร้อนจัดที่มาพร้อมกับความชื้นสัมพัทธ์ที่สูง จะทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้น ในขณะที่ร่างกายระบายความร้อนผ่านการขับเหงื่อออกทางผิวหนังได้ช้าลง จากการที่ความชื้นในอากาศอยู่ในระดับสูง ถ้าร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนทางอื่นทดแทนได้ทัน จะเกิดการสะสมความร้อนในร่างกายมากขึ้นตามลำดับ และเมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้นถึง 40 องศาเซลเซียส (104 F) ร่างกายจะเกิดลมแดด (Heat Stroke) ที่ทำให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดหัว คลื่นใส้ อาเจียร เหงื่อไม่ออก แม้อากาศจะร้อน ผิวหนังแดงและร้อนจากอาการไข้สูง หมดแรง ชีพจรเต้นแรง หายใจหอบถี่ ชัก เป็นลมหมดสติ  และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

ภาวะอุณหภูมิภายในร่างกาย
ปกติ         36.5–37.5 °C (98–100 °F)
ไข้                 >37.5–38.3 °C (100–101 °F)
ภาวะไข้สูง >38.3-40.0 °C (101–104 °F)
ไข้สูงเกิน >40.0–41.5 °C (104–107 °F)


สำหรับนักกอล์ฟที่ต้องตีกอล์ฟกลางแดดแล้ว ภาวะเสี่ยงที่จะเกิดลมแดดจะมีมากขึ้นกับ

1. นักกอล์ฟสูงอายุ ยิ่งอายุมาก โอกาสก็ยิ่งมากขึ้น
2. ไม่มีมารตรการป้องกันความร้อนจากแดดและอุณหภูมิที่สูง
3. ร่างกายขาดน้ำ (Dehydration)
4. ดื่มแอลกอฮอล์
5. ร่างกายอยู่ในภาวะอ่อนแอจากการพักผ่อนน้อย หรือไม่สบาย
6. มีโรคประจำตัว

เมื่อพบเห็นนักกอล์ฟเป็นลมแดด ให้โทรเรียกรถพยาบาลทันที และระหว่างรอ ให้รีบพาผู้ป่วยเข้าที่ร่มและให้นั่งอยู่ในบริเวณที่ระบายอากาศได้ดี ให้รีบลดอุณหภูมิของร่างกายอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้พัดลมเป่า เช็ดตัวหรือราดตัวด้วยน้ำเย็น ถ้าผู้ป่วยไม่ใช่คนแก่หรือเด็กเล็ก ใช้น้ำแข็งประคบที่บริเวณที่เส้นเลือดใหญ่อยู่ใกล้ผิวหนัง ได้แก่ รักแร้ ขาหนีบ คอ และหลัง ส่วนผู้ป่วยที่เป็นคนแก่หรือเด็กเล็กใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดบริเวณดังกล่าวแทน

ช่วงเวลาที่อากาศร้อนมากๆในช่วงนี้ ถ้าพิจารณาตัวเองแล้วมีภาวะเสี่ยง อย่าออกรอบจะดีเสียกว่า แต่ถ้าความอยากตีกอล์ฟมันรุนแรงมาก ก็ควรเตรียมตัวให้ดีดังนี้

1. ส่วมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี และไม่รัดเกินไป อย่าใส่เสื้อผ้าสีเข้มๆ
2. สวมหมวก และกางร่มตลอดเวลา
3. ใช้รถกอล์ฟก็เป็นทางเลือกที่ดีในวันที่อากาศร้อนรุนแรงมากๆ
4. ทาครีมกันแดด
5. อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ ดื่มน้ำอย่างสม่่ำเสมอ 
6. อย่าดื่มแอลกอฮอล์
7. เตรียมผ้าขนหนูไปออกรอบด้วย ถ้าร้อนมากๆ ก็เอาชุบน้ำ ใช้เช็ดตัวและคอ และใช้พาดคอเพื่อลดความร้อน
8. อย่าออกรอบคนเดียว หาเพื่อนร่วมก๊วนที่หากมีอะไรเกิดขึ้นก็สามารถช่วยเหลือกันได้
9. หลีกเลี่ยงการออกรอบ ช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ที่อากาศร้อนจัด
10. หากเริ่มรู้สึกไม่ปกติ ตัวร้อน เริ่มเป็นไข้ต่ำๆ อย่าฝืนเล่นต่อ หยุดเล่นและกลับเข้าคลับเฮาส์โดยด่วน

การออกรอบในช่วงกลางวันที่อากาศร้อนมากๆ ยิ่งเพิ่มภาวะเสี่ยงในการเกิดลมแดดมากขึ้น และการเกิดลมแดดในสนามกอล์ฟยิ่งเพิ่มความอันตรายจากความยากลำบากในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล คิดจะออกรอบในช่วงนี้ เตรียมตัวให้ดีนะครับ




Tuesday, March 14, 2017

112 - Perfect Rhythm



โปรแม็ก นิรุตต์ แสนไชย เป็นนักกอล์ฟที่ตีไกลมากคนหนึ่ง ทำระยะไดร์ฟในการแข่งขัน Lipo Thailand Longest Drive ปี 2012 ที่ระยะ 323 หลา วันนี้เรามาดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจในวงสวิงของโปรแม็ก

หลังจากวิเคราะห์วงสวิงของโปรแม็กอย่างใกล้ชิด ด้วยโปรแกรมวิเคราะห์วงสวิง พบว่าที่

ตำแหน่ง Set Up (frame ที่ 806)
ตำแหน่ง Top Swing (frame ที่ 989)
ตำแหน่ง Impact (frame ที่ 1050)

Backswing (Setup - Topswing) 183 frames
Downswing (Topswing - Impact) 61 frames

Rhythm ของโปรแม็กมีสัดส่วน 3:1 อย่างสมบูรณ์แบบ ตามที่เคยอธิบายไปแล้วใน ตีไกล ตอน 19 - Rhythm ธรรมชาติ ทั้งที่วงสวิงในวีดีโอนั้นมีความเร็วหัวไม้ถึง 115 mph แต่ก็ยังดู smooth และ เนียนตา เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง

พรุ่งนี้ติดตามกันต่อว่ามีอะไรที่น่าสนใจในสวิงของโปรแม็ก





Monday, March 13, 2017

111 - กอล์ฟไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงกอล์ฟไลฟ์สไตล์แล้วไม่พูดถึงไลฟ์สไตล์ของนักกอล์ฟญี่ปุ่นที่มีทั้งความแปลกและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คงจะไม่ถูกต้อง

ชาวญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีพฤติกรรมที่สุดขั้วและมักมีอะไรให้แปลกใจได้เสมอ ด้วยความที่ประเทศที่มีความเป็นชาตินิยมสูงมาก คนญี่ปุ่นพูดภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลัก ถ้าไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จะพบว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ที่น่าแปลกว่าวงดนตรีระดับโลกทุกวงจะต้องมาทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น เพราะยอดขายแผ่นเสียงและแผ่นซีดีสูงมาก พฤติกรรมการเล่นกกอล์ฟของคนญี่ปุ่นก็น่าแปลกไม่แพ้กัน ด้วยกอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้องใช้พื้นที่มาก แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด และราคาที่ดินที่แสนแพง สนามกอล์ฟในญี่ปุ่นมีมากถึงประมาณ 2,362 สนาม แต่เมื่อเทียบกับจำนวนนักกอล์ฟที่มากถึงระดับ 8 ล้านคน สนามกอล์ฟจึงไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากอล์ฟอย่างแน่นอน ด้วยค่าใช้จ่ายการออกรอบที่แพงริบ แถมยังต้องจองสนามล่วงหน้ายาวนาน ทำให้นักกอล์ฟญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้ออกรอบบ่อยนัก โอกาสที่เป็นไปได้ที่จะได้ตีลูกกอล์ฟก็คือ การซ้อมในสนามไดร์ฟ ที่ส่วนใหญ่ก็สร้างอยู่บนพื้นที่จำกัดไม่ได้มีพื้นที่ยาวๆสองสามร้อยหลาให้เห็นลูกตกอย่างในเมืองไทย และอาคารก็ต้องสร้างสูง 2-3 ชั้น แล้วก็ยังมีสถานบริการห้องซ้อมกอล์ฟในรูปแบบ Golf Simulator ที่เป็นอีกรูปแบบของการบริการที่นักกอล์ฟที่อาศัยอยูในเมืองนิยมใช้เป็นที่นัดสังสรรค์หลังเลิกงานกัน

ความคลั่งกอล์ฟของคนญี่ปุ่นดูได้จากนิตยสารกอล์ฟที่มีมากมายหลายฉบับ หลากหลายรูปแบบ และทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ น่าอ่านอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นสื่อดั้งเดิมที่ทำให้นักกอล์ฟได้สัมผัสกอล์ฟไลฟ์สไตล์ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งเนื้อหาของการสอนเล่นกอล์ฟและเทคนิคต่างๆ และที่สำคัญคือ โฆษณาสินค้าทั้งไม้กอล์ฟ เสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์ทุกอย่างที่นำเสนอโดยโปรกอล์ฟชื่อดัง ที่พร้อมจะยั่วยวนกิเลส เพื่อเชิญชวนให้นักกอล์ฟไปหาซื้อได้ตามร้านค้ากอล์ฟที่มีอยู่มากมายตามเมืองต่างๆ

ร้านค้ากอล์ฟเป็นสถานที่รองรับไลฟ์สไตล์ของนักกอล์ฟที่สำคัญที่สุด ร้านกอล์ฟในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นอาคารสูง 4-5 ชั้น ที่จัดวางสินค้าอย่างเป็นหมวดหมู่ชัดเจนด้วยสินค้าจำนวนมากที่หลากหลาย ให้ได้จับได้ลอง อย่างตระการตา เรียกได้ว่านักกอล์ฟที่ได้เห็นสินค้าบนสื่อทั้งนิตยสาร การถ่ายทอดทางทีวี และอินเตอร์เน็ต แล้วได้มาเห็นของจริงได้จับ ได้สัมผัส มันเติมเต็มความสุขของนักกอล์ฟได้อย่างโดนใจ จึงทำให้มีโอกาสสูงมากที่นักกอล์ฟจะจับจ่ายเมื่อเดินเข้าไปในร้านกอล์ฟ

เอาเข้าจริงๆ นักกอล์ฟญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีความสุขกับไลฟ์สไตล์กอล์ฟ จากการได้ลูบๆคลำๆไม้กอล์ฟของตัวเองมากเสียกว่าที่จะได้ใช้ไม้กอล์ฟของตัวเองตีลูกกอล์ฟ ถ้าใครมีเพื่อนนักกอล์ฟญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย คนเหล่านี้เสาร์-อาทิตย์จะออกรอบตลอด ใช้ชีวิตกับกอล์ฟไล์ฟสไตล์อย่างเต็มที่และมีความสุขอย่างที่ไม่สามารถทำได้เหมือนตอนอยู่ญี่ปุ่น นักกอล์ฟไทยถือว่าโชคดีกว่ามากที่สามารถออกรอบได้บ่อย ตลอดทั้งปี ในราคาที่ถูกกว่าชาวญี่ปุ่นมากมายนัก ... ถ้ามีเวลาหาโอกาสออกรอบกันครับ

ปล. ใครอยากเรียนรู้ที่มีที่ไปของกีกอล์ฟในญี่ปุ่น แนะนำให้อ่านบทความ "โรคคลั่งกอล์ฟของญี่ปุ่น" ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนเขียนอยู่ในนิตยสารผู้จัดการ ตั้งแต่ปี 2527






Sunday, March 12, 2017

110 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 10 - ลูกกอล์ฟที่หลุดออกนอกสนามกอล์ฟและสนามไดร์ฟกอล์ฟ

สนามไดร์ฟกอล์ฟเกือบทุกสนามมักจะมีลูกกอล์ฟหลุดออกไปนอกสนามและทำความเสียหายให้กับตัวบ้านและสิ่งของให้กับผู้ที่อยู่อาศัยที่อยู่ในทิศทางของลูกกอล์ฟ และอาจจะเกิดอันตรายให้กับผู้คนได้ด้วย หน้าที่ของสนามไดร์ฟคือการมีมารตรการป้องกันอย่างที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกกอล์ฟหลุดออกนอกสนามไปสร้างความเสียหายได้  สนามไดร์ฟเป็นสถานที่ให้บริการที่มีนักกอล์ฟจำนวนมากใช้บริการฝึกซ้อมกอล์ฟ จึงทำให้ยากที่จะสืบทราบว่าลูกกอล์ฟที่หลุดออกนอกสนามไปสร้างความเสียหาย แม้แต่คนที่ตีเองก็ยังไม่รู้เลยว่าลูกกอล์ฟที่หลุดออกนอกสนามไปเป็นฝีมือของตนเอง ความเสียหายจากลูกกอล์ฟที่เกิดขึ้นจึงเป็นความเข้าใจกันว่าเป็นความผิดที่สนามไดร์ฟกอล์ฟต้องรับผิดชอบ

ส่วนในกรณีของสนามกอล์ฟ การตีลูกกอล์ฟไปโดนคน หรือสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนที่อยู่ที่สร้างอยู่โดยรอบสนามกอล์ฟ อันนี้สามารถสืบได้ว่าใครเป็นคนตีได้อย่างชัดเจน กรณีที่นักกอล์ฟตีลูกกอล์ฟพลาดไปโดนคน นักกอล์ฟรับรู้ตรงกันว่า ผู้ตีลูกกอล์ฟไปโดน ควรเป็นผู้รับผิดชอบ แต่กรณีที่ตีลูกกอล์ฟพลาดไปโดนบ้านเรือนที่อยู่รอบสนามกอล์ฟนักกอล์ฟกลับไม่รู้สึกรับผิดชอบ และคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของสนามกอล์ฟ และทำให้ถกเถียงกันไม่จบสิ้น มีสนามกอล์ฟบางสนามขึ้นป้ายที่หลุมทีออฟว่า "นักกอล์ฟเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการตีพลาดไปโดนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ สนามกอล์ฟไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น" อ่านป้ายแล้วรู้สึกถึงความไร้ความรับผิดชอบของสนามกอล์ฟในฐานะผู้ให้บริการ ที่มัดมือชกผู้มารับบริการ ไม่แน่ใจว่าในทางกฏหมายข้อความบนป้ายจะมีผลทางกฏหมายจริงหรือไม่ อาจจะมีผลเพียงแค่การขู่ให้นักกอล์ฟระมัดระวังมากขึ้น แต่ทางที่ดีสนามกอล์ฟควรหามาตรการอื่นมาแก้ไขปํญหาน่าจะดีกว่า



สำหรับนักกอล์ฟเอง การทำประกันกอล์ฟ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไม่เท่าไหร่ แต่ทำให้สบายใจได้มาก แต่ถึงอย่างไรการตีกอล์ฟด้วยความระมัดระวังและมีสติเป็นสิ่งที่นักกอล์ฟพึงกระทำอย่างมากที่สุด และจะลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาตามมาไปได้เยอะ



ปล. ภาพประกอบขอยืมมาจากอินเตอร์เน็ต เป็นบ้านของใครก็ไม่ทราบที่หลังคาได้รับความเสียหายจากลูกกอล์ฟที่หลุดออกมาจากสนามไดร์ฟที่อยู่ข้างบ้าน




Saturday, March 11, 2017

109 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 9 - ลูกไดร์ฟมหาภัยจากก๊วนอื่น

เสียงร้องโฟร์ "Fore" ที่ดังในสนามกอล์ฟ คือเสียงร้องเพื่อเตือนว่าลูกกอล์ฟกำลังพุ่งไปในทิศทางที่อาจจะทำอันตรายกับคนที่อยู่ในวิถีที่ลูกกอล์ฟเคลื่อนที่ไปได้ เราคงเห็นในทีวีเมื่อโปรกอล์ฟทีออฟพลาดไปในทิศทางไหน เขาจะให้ร้องโฟร์พร้อมกับเอาชี้มือไปด้านที่ลูกกอล์ฟพุ่งไป เพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้ชมที่อยู่ด้านนั้นระมัดระวังตัวและหัวให้ดี และหลายครั้งก็ทำให้ผู้ชมบาดเจ็บ ลูกกอล์ฟที่ถูกไดร์ฟออกไปด้วยหัวไม้จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากที่สุด และมากกว่าไม้กอล์ฟทุกอันในถุง จึงเป็นอุบัติเหตุที่สร้างความรุนแรงมากที่สุด ลูกกอล์ฟที่โดนหัว ทำให้หัวแตก หรือบวมโนได้อย่างเหลือเชื่อ (ดูรูปประกอบ) ซึ่งอันตรายมากๆ ลูกกอล์ฟที่โดนหัวอย่างรุนแรง อาจกระทบกระเทือนการทำงานของสมองได้ โดนตัวก็ฟกช้ำ โดนตาก็บอดแน่ๆ เป็นอันตรายที่คาดเดาได้ยาก แต่โอกาสที่จะโดนก็เป็นไปได้น้อย นอกจากจะเฮงจริงๆ




ครั้งหนึ่งที่ออกรอบและได้เดินคุยกับแค๊ดดี้เรื่องนายตีลูกกอล์ฟพลาดมาโดนคนในสนามกอล์ฟ แล้วแค๊ดดี้ก็ถอดหมวกเพื่อโชว์รอยกระโหลกยุบบนหัวให้ดู จากการโดนลูกกอล์ฟที่นักกอล์ฟไดร์ฟพลาดมาถูกหัวอย่างแรง ทำให้ต้องพักไปนานกว่าจะกลับมาทำงานได้ แต่ยังโชคดีที่ไม่กระทบกระเทือนการทำงานของสมอง ยังคุยรู้แรื่องและทำงานได้ปกติถึงทุกวันนี้

ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงโฟร์ในสนามกอล์ฟให้หยุดและนั่งลง เอามือทั้งสองกุมกระบาล ระหว่างนั่งลงตั้งใจฟังเสียงร้องโฟร์ว่ามาจากทิศไหน ให้หันข้างเข้าหาทิศที่ร้องมา ถ้าถือร่มอยู่ ก็เอาร่มบังตัวไว้ให้มิด ถ้าอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ ก็วิ่งเข้าไปหลบหลังต้นไม้

นักกอล์ฟก่อนที่จะทีออฟ ดูให้ดีว่าก๊วนหน้าเราไม่อยู่ในระยะที่เราไดร์ฟถึง ให้ทุกคนในก๊วนหน้าตีช็อตสองกันให้หมดแล้วเราค่อยตี ถ้าตีพลาดก็ร้องโฟร์และชี้มือให้สัญญานว่าลูกกอล์ฟพุ่งไปทางซ้ายหรือขวาด้วย

นักกอล์ฟที่คิดจะตีอัดก๊วนหน้า ดูรูปประกอบ ใจเย็นๆ แล้วคิดใหม่เถอะ หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยในสนามกอล์ฟ พบกันใหม่พรุ่งนี้ครับ





Friday, March 10, 2017

108 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 8 - ลูกแชงค์

เมื่อหลายปีก่อน Tee Intact Golf Lab จัดการแข่งขันกอล์ฟ Tee Intact Golf Lab Invitation ที่แท่นทีออฟหลุมหนึ่ง ระหว่างยืนดูนักกอล์ฟท่านหนึ่งทีออฟ ก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆที่ทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างก็งงว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น พร้อมด้วยเสียงร้องและแตกฮือของนักกอล์ฟที่ยืนอยู่ข้างๆช่างภาพที่กำลังยืนถ่ายภาพนักกอล์ฟที่กำลังทีออฟในมุมด้านหน้าที่เกือบจะตั้งฉากกับนักกอล์ฟ สืบความได้ว่านักกอล์ฟที่กำลังทีออฟตีแชงค์แล้วลูกพุ่งเลียดพื้นเป็นมุมเกือบ 90 องศามาโดนขาของนักกอล์ฟท่านหนึ่ง ถึงกับบวมแดงและได้รับรายงานว่าในวันรุ่งขึ้นก็เขียวและบวมมากเลยทีเดียว นี่คือลูกที่อันตรายที่สุดในสนามกอล์ฟที่คาดเดาไม่ได้ และไม่มีใครคิดว่ามันจะเกิดขึ้น ลูกแชงค์ที่คอไม้ปะทะกับลูกกอล์ฟจะทำให้ลูกกอล์ฟพุ่งต่ำ ในระดับที่มีโอกาสโดนคนที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหน้าของคนที่กำลังตีได้ในทันทีอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวเลยทีเดียว

ไม่ว่าแต่นักกอล์ฟสมัครเล่นเลย โปรกอล์ฟอาชีพก็ตีแชงค์เหมือนกัน ดูคลิปแล้วจะตกใจว่าโปรกอล์ฟระดับโลกก็แชงค์แบบน่าเกลียดให้เห็นในการแข่งขัน ต่อไปถ้ามีโอกาสไปชมการแข่งขันในสนาม คุณยังคิดที่จะไปยืนมุงดูโปรกอล์ฟตีช็อตแก้ไขอย่างในภาพประกอบอยู่อีกไหม



ปล. ถ้าอยู่ในสนามไดร์ฟ การตีหัวไม้ลอดลูก คือลูกที่อันตรายที่สุด เพราะลูกจะเด้งชนเพดาน กระดอนไปในทิศทางที่คาดเดาไม่ได้ และมีโอกาสพุ่งไปชนคนที่อยู่ในบริเวณสนามไดร์ฟได้ทั้งหมด ถ้าอยู่ในสนามไดร์ฟแล้วเลนข้างๆตีลอดลูกให้เห็นสักลูก ควรหนีให้ห่างเลยทีเดียว




Thursday, March 9, 2017

107 - อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 7 - ทะเลาะวิวาทในสนามกอล์ฟ

นักกอล์ฟน่าจะเคยได้ยินข่าวหรือประสบกับตัวเอง นักกอล์ฟก๊วนหน้ากับก๊วนหลังมีปากเสียงกัน มีเรื่องชกต่อยกัน หรือแม้กระทั่งเอาไม้กอล์ฟฟาดทำร้ายกัน แต่ยังไม่เคยได้ยินข่าวถึงขั้นยิงกันจนเสียชีวิต เรื่องเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสนามกอล์ฟเลย

สาเหตุส่วนใหญ่มาจาก ก๊วนหลังรู้สึกว่าก๊วนหน้าตีช้า รู้สึกหงุดหงิด ต้องส่งสัญญาณเตือน ด้วยการตีอัดในระยะที่ลูกกอล์ฟสามารถไปถึงนักกอล์ฟได้ ทำให้นักกอล์ฟก๊วนหน้ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และรู้สึกไม่พอใจจากการกระทำที่หากเกิดจากความตั้งใจ มันคือการกระทำที่ไร้มารยาทและไร้สำนึกถึงความปลอดภัยต่อผู้อื่น การเดินเข้าไปขอโทษก๊วนหน้าโดยผู้ที่ตีผิดพลาดคือ การแสดงถึงความไม่เจตนาที่จะตีอัด และจะสร้างความผ่อนคลายให้เกิดขึ้น แต่ปัญหาจากการทะเลาะวิวาทมักเริ่มจากการไม่ขอโทษ ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจที่ไร้มารยาทของนักกอล์ฟก๊วนหลังที่มักถูกเรียกในหลายชื่อทั้ง ขาใหญ่ เจ้าถิ่น ผู้ไม่เกรงกลัวใคร เพราะว่ากูแน่ และจะเริ่มก่อให้เกิดความรู้สึกเคืองให้กับนักกอล์ฟ ส่วนใหญ่มักจะยังไม่มีอะไรกับการตีอัดลูกแรก แต่มักเกิดเรื่องหากเกิดการตีอัดลูกที่สองตามมาในช่วงเวลาที่ฝ่ายโดนตีอัดกำลังเดือด ก๊วนหลังเจ้าถิ่นผู้ยิ่งใหญ่ คงตีอัดมาก๊วนอื่นมาเรื่อยโดยไม่เคยมีใครอยากจะยุ่ง และยังไม่เคยเจอคนจริง ขาใหญ่กว่า ผู้ไม่กลัวใครในจักรวาล เอาเรื่องเข้าสักวัน

ต้นเหตุของการทะเลาะวิวาทจริงๆคือ ก๊วนหลังรู้สึกว่าก๊วนหน้าตีช้า แต่ก๊วนหน้าก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองตีช้า เรื่องนี้ผู้ที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ตัดสินอะไรไม่ได้ แต่โดยปกติแล้วหากก๊วนหลังรู้สึกว่าก๊วนหน้าตีช้าเกินเหตุ ก็ควรแจ้ง Marshall ของสนามให้จัดการตักเตือนเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด หรือหากก๊วนหน้าช้ามากๆ การขอก๊วนหน้าแซงก็เป็นที่ทำได้โดยมารยาท การตั้งใจตีอัดจึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรและไร้มารยาทอย่างยิ่ง ถ้าผู้ตีอัดโดนต่อย โดนไม้กอล์ฟฟาด หรือโดนยิงขึ้นมา จะมีแต่นักกอล์ฟสมน้ำหน้าเอา

ก๊วนหน้าก็ควรพิจารณาการเล่นของตนว่าเล่นช้าไหมเช่นกัน ตามก๊วนหน้าทันไหม ถ้ามีนักกอล์ฟมีอใหม่อยู่ในก๊วนและทำให้ช้า ก็ควรจะเตือนกันในก๊วนให้รักษาเวลา เดินไปที่ลูกเพื่อให้พร้อมตีทันที ถ้าทุกคนรู้หน้าที่มันจะไม่ช้า ถึงแม้จะเป็นนักกอล์ฟมือใหม่ก็ตาม และเวลาลูกหาย ถ้ามันหาไม่เจอจริงๆก็ยอมเถอะ และถ้าวันที่ออกรอบในวันที่สนามโล่ง การหยุดเมื่อจบหลุมเพื่อรอแล้วเสนอให้ก๊วนหลังที่ตีเร็วกว่าแซงไปก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แล้วอย่าลืมกล่าวขออภัยก๊วนหลังที่ตีช้า จะทำให้บรรยากาศผ่อนคลายทุกคนมีความสุขในเกมส์ของตนในจังหวะการเล่นที่เหมาะสม

แค๊ดดี้ของนายที่ตีอัดก็ควรโดนตำหนิอย่างยิ่ง เพราะบกพร่องในหน้าที่ เข้าใจว่านายใหญ่ที่สุด แต่หากมีปัญหาขึ้นมาแค๊ดดี้ก็คือหนึ่งในต้นเหตุที่ไม่เตือนนายอย่างเต็มที่ การขอหยุดการเป็นแค๊ดดี้ให้กับนายผู้ไร้มารยาทคือสปิริตของแค๊ดดี้ที่ได้รับการสรรเสริญ เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ โทยที่ไม่มีใครว่าได้

ปัญหาการทะเลาะวิวาทจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นถ้าทุกคนรู้หน้าที่ เอาใจเขามาใส่ใจเรา และถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อภัยกัน และใจเย็นๆ ทุกคนออกมาตีกอล์ฟเพื่อความสนุกสนาน และนักกอล์ฟทุกคนก็มีสิ่งที่ชอบร่วมกัน นั่นคือ "กอล์ฟ"