Tuesday, February 28, 2017

099 - ตีไกล ตอน 35 - ปรับไดร์ฟเวอร์ให้กล้าตี แค่นี้ก็ตีไกลขึ้นแล้ว

นักกอล์ฟจำนวนมากรู้สึกไม่มั่นใจกับหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ของตัวเอง เวลาจับหัวไม้แล้วไม่กล้าสวิง รู้สึกกลัวความผิดพลาด ทำให้นักกอล์ฟไม่กล้าตีเต็มศักยภาพ

1. ก้านที่อ่อนเกินไป เมื่อสวิงเต็มความเร็ว ก้านจะยิ่งส่งเสริมให้เกิดอัตราการหมุนของลูกกอล์ฟที่มากขึ้น ทั้ง Side Spin และ Back Spin นักกอล์ฟที่ตีเฟดเมื่อตีเต็มแรงจะกลายเป็นสไลซ์ นักกอล์ฟที่ตีดรอว์เมื่อตีเต็มแรงจะกลายเป็นฮุค ซึ่งควบคุมทิศทางได้ยาก  บางคนเมื่อตีเต็มแรงแล้วลูกลอยโด่งเป็นบอลลูนเหินขึ้นฟ้าตกแล้วหยุดนิ่งเสียระยะ ทำให้ไม่กล้าสวิงเต็มที่ เพราะกลัวควบคุมทิศทางไม่ได้
2. ความรู้สึกที่มีต่อกริปที่อยู่ในมือ มีผลต่อความมั่นใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดกริปที่มันใหญ่หรือเล็กเกินไป หรือกริปที่ลื่นจากการหมดสภาพของกริป หรือกริปที่ลื่นเวลาเหงื่อออก ทำให้ไม่กล้าสวิงเต็มที่เช่นกัน
3. ความรู้สึกจากหน้าตาของหัวไม้เวลาจรด รูปร่าง สีสัน ลายบนหัวไม้ เงาสะท้อน หน้าไม้ มาร์คบนหัวไม้ ทุกอย่างที่นักกอล์ฟมองเห็นมีผลต่อความมั่นใจทั้งสิ้น
4. ความรู้สึกจากน้ำหนัก และบาลานซ์ของหัวไม้ เป็นความรู้สึกเฉพาะตัว น้ำหนักที่มากหรือน้อยเกินไป ความรู้สึกที่ลงหัวมากหรือน้อยเกินไป เป็นความรู้สึกที่นักกอล์ฟรับรู้ได้ ในขณะที่บางคนไม่ได้มีความรู้สึกอะไรหรือสนใจเรื่องพวกนี้เลย แต่หลายคนกลับ sensitive กับความรู้สีกพวกนี้มากๆ ถ้ามันช่วยสร้างความมั่นใจก็ควรจะปรับให้เหมาะสม

นักกอล์ฟควรหาหรือปรับหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ให้จับแล้วรู้สึกมั่นใจ จรดแล้วรู้สึกว่าใช่เลย และมั่นใจได้ว่า เมื่อสวิงผ่านลูกกอล์ฟไปแล้วโอกาสที่ลูกกอล์ฟจะพุ่งไปยังเป้าหมายมีมากกว่าที่จะพุ่งออกนอกทิศทาง นักกอล์ฟจะกล้าสวิงอย่างเต็มศักยภาพ แล้วระยะไดร์ฟจะเพิ่มขึ้นอย่างโดยอัตโนมัติ




Monday, February 27, 2017

098 - ตีไกล ตอน 34 - ปรับไดร์ฟเวอร์เพื่อลด Back Spin ให้ตีได้ไกลขึ้น

จากบทความวิถีลูกกอล์ฟและเงื่อนไขที่ให้ระยะการไดร์ฟไกลที่สุด อัตราการหมุน (Ball Spin) หรือที่นิยมเรียกกันว่า Back Spin เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ นักกอล์ฟส่วนใหญ่มักมีปัญหาจากการเกิด Back Spin ที่มากเกินไปจนทำให้เกิดวิถีลอยโด่งแบบบอลลูน ลูกตกกระทบพื้นในมุมที่ชันมาก แล้วลูกกอล์ฟก็ไม่วิ่งหรือวิ่งน้อย ทำให้เสียระยะ Back Spin นี่เองที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าการตีให้ลอยโด่งทำให้ตีได้ไม่ไกล

การเกิด Back Spin ที่มากเกิน มีต้นเหตุหลักมาจากการสวิงและมุมเข้าลูกที่ไม่เหมาะสม การปรับเปลี่ยนไดร์ฟเวอร์ก็สามารถช่วยลด Back Spin ได้ในระดับหนึ่งดังนี้

1. องศาหน้าไม้ (Loft) ที่น้อย มีแนวโน้มที่จะเกิด Back Spin ที่น้อยลงตามไปด้วย
2. หัวไดร์ฟเวอร์ที่มี CG สูง ได้แก่ พวกหัวไม้ที่มีหน้าไม้ลึก (Deep Face) ก็มีแนวโน้มที่จะเกิด Back Spin ที่น้อยลงตามไปด้วย
3. ใช้ก้านที่มีน้ำหนักมากขึ้น
4. ใช้ก้านที่มี Kick Point ที่สูงขึ้น
5. ใช้ก้านที่มีความแข็งมากขึ้น เทคนิคการ Trim ปลายก้าน มีแนวโน้มที่จะทำให้ Back Spin ลดลงเช่นกัน

การลด Back Spin ด้วยอุปกรณ์จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้เห็นผลอย่างชัดเจนที่สุด ก็ควรปรับวิธีการสวิง มุมเข้าลูก Rhythm และวิธีคิดในการ Impact ร่วมกับการปรับอุปกรณ์ จะได้ผลเลิศที่สุด





Sunday, February 26, 2017

097 - ตีไกล ตอน 33 - มุมเหินและการปรับเปลี่ยนเพื่อตีให้ไกลขึ้น

จากบทความวิถีลูกกอล์ฟและเงื่อนไขที่ให้ระยะการไดร์ฟไกลที่สุด การมีมุมเหิน (Launch Angle) ประกอบกับความเร็วหัวไม้ (Ball Speed) และอัตราการหมุนของลูกกอล์ฟ (Ball Spin) ที่เหมาะสม จะทำให้ลูกลอยและได้ระยะไดร์ฟไกลที่สุด สำหรับนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้และสร้างความเร็วลูกกอล์ฟได้น้อย การมีมุมเห็นที่สูงมักจะตีได้ไกลกว่า

องค์ประกอบของหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ที่มีผลต่อมุมเหิน (Launch Angle) ได้แก่

1. องศาหน้าไม้ (Loft) เป็นส่วนที่มีผลต่อมุมเหินมากที่สุด การปรับเปลี่ยน loft จะทำให้เห็นมุมเห็นการเปลี่ยนแปลงของทุมเหินมากที่สุด หัวไม้ที่มี loft สูงจะทำให้ลอยง่ายกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ต่ำควรเลือกใช้ แจ่ใยความเป็นจริง ตัวเลข loft ที่ระบุอยู่บนหัวไม้มักไม่ตรงกับความเป็นจริง และ loft ที่แท้จริงมักจะมากกว่าตัวเลขที่เห็น เพื่อตอบสนอง Ego ของนักกอล์ฟที่รู้สึกไม่ดีที่ต้องตีหัวไม้ loft สูงๆ

2. จุดศูนย์ถ่วงของหัวไม้ (Center of Gravity: CG) หัวไม้ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและเยื้องไปด้านหลัง จะทำให้ลูกลอยง่ายและโด่งเหมาะกับนักกอล์ฟสปีดต่ำ วิธีที่ง่ายสุดในการเรียนรู้ CG คือการทดลองตี

3. จุดดีดของก้าน (Kick Point) ที่ตั้งใจออกแบบให้วิถีลูกลอยง่าย เรียกในหลากหลายรูปแบบทั้ง low kick point, tip sensitive, low flex point หรือแม้กระทั่ง low bend point นักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ต่ำ ควรมองดูก้านที่มี Kick Point ต่ำ แต่ในความเป็นจริง Kick Point ไม่มีมาตรฐานที่ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ จึงควรพิจารณาด้วยวิจารณญาน

ตำแหน่งปะทะของลูกกอล์ฟบนหน้าไม้ก็มีผลต่อ loft เช่นกัน loft ที่กลางหน้าไม้ จะมี loft ที่มากกว่าตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่า และจะมี loft น้อยกว่าตำแหน่งที่สูงกว่าบนหน้าไม้   

การพิจารณามุมเหินและการปรับเปลี่ยนต้องอาศัยการวิเคราะห์ร่วมกันของหลายองค์ประกอบ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขต่อไป





Saturday, February 25, 2017

096 - ตีไกล ตอน 32 - ไดร์ฟเวอร์ที่ช่วยให้ลูกกอล์ฟพุ่งออกจากหน้าไม้ได้เร็วขึ้น

จากบทความวิถีลูกกอล์ฟและเงื่อนไขที่ให้ระยะการไดร์ฟไกลที่สุด การเพิ่มความเร็วลูกกอล์ฟให้พุ่งออกจากหน้าไม้ได้เร็วขึ้นคือแนวทางที่สำคัญและเห็นผลมากที่สุด ซึ่งทำได้สองแนวทาง คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งพลังจากหัวไม้ไปที่ลูกกอล์ฟจากการปะทะ และการเพิ่มความเร็วหัวไม้จากการเลือกใช้ไดร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม

การเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งพลังจากหัวไม้ไปที่ลูกกอล์ฟจากการปะทะ เป็นไปได้ 3 วิธี

1. ใช้หัวไม้ไดร์ฟเวอร์หน้าเด้ง ที่มี Charteristic Time (TC) หรือ Coefficient of Reconstitution (COR) ที่สูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกาะปะทะ และทำให้ลูกกอล์ฟพุ่งออกจากหน้าไม้ได้เร็วกว่า ที่ความเร็วหัวไม้เท่ากัน
2. ใช้หัวไม้ที่ยาวที่สุดที่ยังตีได้เข้า Sweet Spot ได้อย่างสม่ำเสมอ นั่นคือการปรับไม้กอล์ฟให้มีความยาวเหมาะกับทักษะและความแม่นลูก
3. ใช้ก้านกราไฟต์ที่มีโครงสร้างและใช้วัสดุแข็งแรง โดยทางเทคนิคแล้วจะช่วยลดการเสียรูปเมื่อมีการโค้งงอ ซึ่งช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการเข้าปะทะดีกว่าและสม่ำเสมอกว่า

การเพิ่มความเร็วหัวไม้จากการเลือกใช้ไดร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม เป็นไปได้ 3 ทางหลัก

1. ใช้หัวไม้ไดร์ฟเวอร์ที่มีน้ำหนักรวมเบาที่สุดเท่าที่ยังตีได้สม่ำเสมอและไม่ทำให้จังหวะการสวิงผิดไป
2. ใช้ก้านกราไต์ที่มี ความแข็ง (flex) บุคลิก (Character) และ จุดดีด (Kick Point) ที่เข้ากับจังหวะการเข้าปะทะ ก้านที่เหมาะสม จับแล้วจะตีได้อย่างมั่นใจ และกล้าสวิงอย่างเต็มศักยภาพ
3. ปรับเปลี่ยนหัวไม้เพื่อแก้ไขปัญหาวิถีการพุ่งของลูกกอล์ฟให้เป็นไปตามต้องการ ก็สามารถทำให้นักกอล์ฟตีได้อย่างมั่นใจ และกล้าสวิงอย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งหมดคือแนวทางในการเพิ่มความเร็วลูกกอล์ฟให้พุ่งออกจากหน้าไม้ได้เร็วขึ้น ขอย้ำเตือนเอาไว้ว่าการเพิ่มความเร็วหัวไม้ไม่ได้ช่วยเพิ่มความเร็วลูกกอล์ฟเสมอไป จะอธิบายโดยละเอียดในโอกาสต่อๆไป คอยติดตามได้นะครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้




Friday, February 24, 2017

095 - ตีไกล ตอน 31 - ทำไมนักกอล์ฟที่สวิงไม่เร็วจึงตีหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ญี่ปุ่นได้ไกลกว่า

มีคำถามจากทางบ้านว่า "ทำไมนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ไม่มากนักจึงนิยมหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ญี่ปุ่น"

ถ้าพิจารณาสภาพร่างกายและความแข็งแรงของร่างกายของคนเอเชียเทียบกับฝรั่ง คนเอเชียจะมีรูปร่างที่เล็กและแข็งแรงน้อยกว่าฝรั่งโดยภาพรวม ไม้กอล์ฟแบรนด์อเมริกันที่เข้าไปทำตลาดในญี่ปุ่น จึงต้องปรับเปลี่ยนสเป็กให้เหมาะสมกับคนญี่ปุ่น เรียกว่า "Japan Spec" เพื่อสู้กับไม้กอล์ฟแบรนด์ญี่ปุ่นที่ออกแบบไม้กอล์ฟโดยคนเอเชียเพื่อนักกอล์ฟเอเชียโดยแท้ หัวไม้ญี่ปุ่นจะมีน้ำหนักรวมน้อยกว่า ก้านเบากว่า อ่อนกว่า ตั้งใจทำให้ก้านมี character ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่า เมื่อเทียบกันที่ flex เดียวกัน น้ำหนักหัวเบากว่า กริปเบาและมีขนาดเล็กกว่า เรียกได้ว่า ออกแบบหัวไม้เพื่อเอาใจคนแรงน้อยโดยเฉพาะ งานโดยรวมมีความใส่ใจในรายละเอียดมากกว่า เรียกได้ว่า งานเนียนและพิถีพิถันกว่า เพราะราคาหัวไม้ Japan Spec ที่ขายในญี่ปุ่น ราคาสูงกว่า US Spec ค่อนข้างมาก

นักกอล์ฟเยาวชน นักกอล์ฟอาวุโส นักกอล์ฟหญิง นักกอล์ฟรูปร่างเล็ก หรือนักกอล์ฟอเมเจอร์ทั่วไป คือกลุ่มนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ไม่มาก และมีความแข็งแรงไม่มากนัก เมื่อนักกอล์ฟเหล่านี้ตีหัวไม้ญี่ปุ่นเทียบกับหัวไม้อเมริกันจะรู้สึกได้ทันทีว่า หัวไม้ญี่ปุ่นมีฟิลลิ่งการตีจะนุ่มนวลกว่า อิมแพคท์แล้วแน่นกว่า โดนเต็มกว่า ให้ความรู้สึกของอิมแพคท์ที่ดีกว่า จากก้านที่เบาและอ่อนกว่า และคุณภาพหัวไม้ที่ดีกว่า, กริปขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบากว่า คุณภาพและฟิลลิ่งดีกว่า, ตีแล้วรู้สึกเบาสบาย ตีแล้วไม่เหนื่อย สามารถสวิงได้เร็วกว่า จากการที่หัวไม้มีน้ำหนักรวมเบากว่า, รู้สึกดีกับรูปร่างหน้าตา คุณภาพและการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดของสินค้า ด้วยความพิถีพิถันที่มากกว่า รู้สึกที่พรีเมี่ยมกว่า และสัมผัสได้ถึงความตั้งใจออกแบบโดยคนเอเชียเพื่อคนเอเชีย ทั้งหมดทั้งมวลจึงไม่เป็นที่แปลกใจที่นักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ไม่มากนักจะนิยมใช้หัวไม้ไดร์ฟเวอร์ญี่ปุ่นราคาแพงมากกว่าหัวไม้อเมริกัน US Spec เพราะมันตีไกลกว่าและถูกใจมากกว่าอย่างมีเหตุผล





Wednesday, February 22, 2017

094 - ตีไกล ตอน 30 - วิถีลูกกอล์ฟและเงื่อนไขที่ให้ระยะการไดร์ฟไกลที่สุด

ณ ปัจจุบัน ความรู้ในการโมเดลวิถีการเคลื่อนที่ของลูกกอล์ฟที่สามารถคำนวณออกมาเป็นระยะ Carry (ระยะจากตำแหน่งทีออฟจนถึงตำแหน่งลูกกระทบพื้น) ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ขึ้นอยู่บนเงื่อนไขหลัก 3 อย่าง ได้แก่

1. ความเร็วลูกกอล์ฟ (Ball Speed)
2. มุมเหิน (Launch Angle)
3. อัตราการหมุนของลูกกอล์ฟ (Ball Spin)

ในปัจจุบันเครื่อง Launch Monitor ที่มีหลากหลายเทคโนโลยี สามารถวัดค่าทั้ง 3 นี้ได้ แล้วคำนวณระยะตก (Carry) และ ระยะกลิ้ง (Roll) ออกมาเป็นตัวเลขและกราฟได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางปฏิบัติ ระยะกลิ้งนั้นมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนทั้งมุมตกกระทบพื้น (Landing Angle) และลักษณะพื้นผิวซึ่งในความเป็นจริงอาจจะมีสโลปและความแข็งที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเวลาศึกษา Optimize Launch Condition จึงนิยมพิจารณาแต่ระยะ Carry ซึ่งยังไม่สมบูรณ์ในทางปฏิบัติ

ตารางด้านล่างนี้เป็นผลจากการเก็บข้อมูลจาก Trackman ซึ่งบอกเงื่อนไขการเคลื่อนที่ของลูกกอล์ฟที่ได้ระยะ Carry มากที่สุด จากข้อมูลบอกได้ว่านักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้และความเร็วลูกกอล์ฟน้อย ควรจะมีมุมเหินที่สูงและอัตราการ Spin ที่มากกว่านักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้และความเร็วลูกกอล์ฟสูง ซึ่งมุมเหินและอัตราการ Spin มีความสัมพันธ์กับมุมการเข้าลูก (Attack Angle) นักกอล์ฟที่อยากตีไกลควรมีมุมเข้าลูกเป็นมุมเสย ซึ่งมี Attack Angle เป็นบวก ยิ่งบวกมาก มุมเหินก็จะมากขึ้น ในขณะที่อัตราการ Spinจะลดลง ซึ่งจะทำให้ตีได้ไกลขึ้น

นี่คือความรู้พื้นฐานซึ่งเราจะใช้ในการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงวิถีการเคลื่อนที่ของลูกกอล์ฟเพื่อทำให้ตีได้ไกลขึ้น ปัจจัยทุกตัว เราสามารถปรับปรุงได้ผ่านการปรับเปลี่ยนไม้กอล์ฟและเห็นผลได้ทันที และยิ่งมีการปรับเปลี่ยนวิธีการสวิงร่วมด้วย จะยิ่งทำให้เห็นผลได้ชัดเจนมากขึ้น ... พบกันใหม่พรุ่งนี้ครับ





093 - ตีไกล ตอน 29 - ก้านตีไกลที่สุดในโลก



น่าแปลกใจไหมที่ USGA และ R&A ไม่ออกกฏควบคุมประสิทธิภาพก้านกราไฟต์สำหรับหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ ในขณะที่ควบคุมความเด้งของหัวไม้และลูกกอล์ฟ และตั้งแต่ปี 2003-2016 ก็ยังไม่เห็นการเพิ่มขึ้นของระยะไดร์ฟในทัวร์หลักที่ชัดเจน แล้วก้านกราไฟต์สำหรับหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ช่วยให้นักกอล์ฟตีได้ไกลขึ้นจริงหรือ



การเปลี่ยนก้านกราไฟต์สำหรับหัวไม้ไดร์ฟเวอร์จะเห็นระยะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนมากน้อยขึ้นกับเงื่อนไขของก้านและคุณสมบัติในการประกอบของหัวไม้เดิม ถ้าของเดิมไม่เหมาะสมอย่างมาก สร้างภาระและปัญหาให้กับนักกอล์ฟ และเมื่อได้รับการฟิตติ้งอย่างเหมาะสมด้วยก้านใหม่ที่ตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆของนักกอล์ฟ นักกอล์ฟจะเห็นระยะที่เพิ่มขึ้นอย่างแตกต่าง สัมผัสได้ถึงความรู้สึกพึงพอใจในหลายๆด้าน ในทางกลับกัน หากก้านเดิมมีคุณสมบัติที่เหมาะสมแล้ว ไม่ว่าจะเปลี่ยนก้านเป็นยี่ห้อไหน จะแพงมากเท่าไหร่ ก็จะเห็นความแตกต่างของระยะไม่มากนัก เหมือนระยะเฉลี่ยในทัวร์ที่โปรกอล์ฟทดลองก้านมาหลากหลายรุ่นและยี่ห้อ จนเจอก้านที่สเป็กเหมาะกับตนแล้ว ระยะไดร์ฟเฉลี่ยก็จะไม่เห็นความแตกต่างมากนัก  การฟิตติ้งก้านกราไฟต์สำหรับหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ให้กับนักกอล์ฟสมัครเล่น ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนก้าน มันมีรายละเอียดที่มากกว่านั้น ก้านและหัวเดียวกัน แต่ประกอบโดย Clubfitter ที่มีความรู้ความเข้าใจในรายละเอียด สามารถทำให้ตีได้ไกลกว่าช่างที่ไม่มีความรู้

อธิบายให้เหมาะสมได้ว่า ก้านกราไฟต์สำหรับหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ เป็นส่วนประกอบที่จะช่วยให้นักกอล์ฟแต่ละคนสามารถรีดระยะไดร์ฟออกจากศักยภาพในการสวิงเฉพาะบุคคลออกมาให้ได้มากที่สุด เพราะนักกอล์ฟแต่ละคนมีลักษณะการสวิงไม่เหมือนกัน ความเร็วหัวไม้ ความแข็งแรง ลักษณะการเข้าปะทะ รสนิยม และอีกหลายอย่างที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่มีก้านที่ดีที่สุดในโลก ไม่เช่นนั้นเราคงเห็นโปรกอล์ฟที่หาเลี้ยงชีพด้วยการแข่งกอล์ฟใช้ก้านรุ่นเดียว ยี่ห้อเดียวกันหมด ก้านที่ดีที่สุดของนักกอล์ฟแต่ละคน ต้องประกอบเข้ากับหัวและกริปแล้วทำให้นักกอล์ฟรู้สึกมั่นใจที่จะสวิงอย่างเต็มศักยภาพ แล้วได้ผลงานที่สม่ำเสมอ ระยะไดร์ฟเฉลี่ยได้ไกลสุดอย่างเหมาะสมกับศักยภาพ

ก้านกราไฟต์สำหรับหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ มีความหลากหลาย ให้รสชาด สีสัน ฟิลลิ่งที่แตกต่างกัน ด้วยการออกแบบก้านแต่ละรุ่นให้มี character ที่ต่างกันได้มากมายผ่านองค์ประกอบต่างๆ เช่น torque, น้ำหนัก, kickpoint, เทคโนโลยีการผลิต, วัสดุที่ใช้, โครงสร้างของก้าน, สีสัน, ลวดลายและเรื่องราว ทั้งหมดคือมนต์สเน่ห์ให้เกิดการอยากเล่นอยากลองได้อย่างไม่รู้จบ แต่สำหรับนักกอล์ฟที่โฟกัสที่ความสนุกในเกมส์กอล์ฟ แนะนำให้ฟิตติ้งไดร์ฟเวอร์ให้ได้ก้านที่เหมาะสมให้จบและมั่นใจ แล้วหันไปใส่ใจกับวิธีการ สวิง การฝึกซ้อม และเกมส์กอล์ฟให้มาก แล้วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเกิดขึ้นในวงสวิง ไม่ว่าจะเป็นความเร็วหัวไม้ที่มากขึ้นหรือน้อยลง ความแข็งแรงที่มากขึ้นหรือน้อยลง อายุที่มากขึ้น (น่าเสียดายที่ไม่มีน้อยลง) เทคนิคการสวิงที่เปลี่ยนไป จนทำให้รู้สึกได้ว่าไดร์ฟเวอร์ในมือเริ่มสร้างปัญหา แล้วจึงค่อยกลับมาปรึกษา Clubfitter เพื่อฟิตติ้งใหม่ จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อตัวนักกอล์ฟเองมากกว่า ดีกว่าเสียเงินอย่างเปล่าประโยชน์ไปกับความหวังลมๆแล้งๆ ว่าเปลี่ยนก้านใหม่ๆแล้วจะตีไกลขึ้นเรื่อยๆ เก็บเอาเงินก้อนเดียวกันนี้ไปใช้ออกรอบให้บ่อยขึ้น ชวนเพื่อนไปออกรอบกันเยอะๆ ฝีมือก็พัฒนาขึ้น สุดท้ายนักกอล์ฟก็ต้องกลับมาหา Clubfitter อยู่ดี แต่มันดีกับสังคมกอล์ฟโดยรวม สนามกอล์ฟ พนักงานและแค๊ดดี้ก็มีงานทำ แต่ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา การเปลี่ยนก้านรุ่นใหม่ๆก็คือความสนุกและเป็นเสน่ห์อีกมุมหนึ่งของกีฬากอล์ฟที่น่าสัมผัส ... พบกันใหม่พรุ่งนี้