ช่วงสัปดาห์นี้กรุงเทพฯและปริมณฑลฝนตกหนักและมีฝนฟ้าคะนองทุกวัน มีเพื่อนนักกอล์ฟส่งรูปฝ้าผ่ากลางต้นไม้ที่สนามกอล์ฟรอยัลเจมส์ ศาลายา ช่วงกลางวันของวันที่ 8 ที่ผ่านมา มาให้ดู จะเห็นต้นไม้มีรอยแตกยาวผ่ากลางต้น เปลือกไม้หลุดร่อนและกระเด็นไปไกลกว่า 10 เมตรเห็นจะได้ ไม่อยากจะคิดเลยหากผ่ามาโดนนักกอล์ฟที่กำลังออกรอบจะเป็นอย่างไร
ออกรอบช่วงนี้ก็พิจารณากันให้ดีนะครับ หาความรู้เกี่ยวกับฟ้าผ่าได้จาก "อันตรายจากการเล่นกอล์ฟ ตอน 4 - ฟ้าผ่า" คลิ๊กได้เลย ออกรอบให้สนุกและปลอดภัยกันทุกคนนะครับ
งานเขียนที่ผ่านระยะเวลายาวนาน คือสิ่งที่บอกตัวตนได้ชัดเจนที่สุด งานเขียนในบล็อกนี้ เป็นสิ่งที่ต้องการถ่ายทอดออกมาด้วยความอยากและความสนุกเป็นที่ตั้ง เพื่อเป็นที่ชุมนุมคนที่มีความคิดคล้ายๆกัน เผ่าพันธ์ุใกล้เคียงกัน โดยมีกีฬากอล์ฟเป็นตัวเชื่อมโยง ด้วยบทความที่จะถูกอัพเดทในช่วงเช้าของทุกวัน จากนี้จนครบ 1,000 บทความ ... บทความที่จะทำให้เราตีกอล์ฟได้ดีขึ้นและมีความสุขกับมันไปตลอดชีวิต
Thursday, May 11, 2017
166 - ฟ้าผ่ากลางสนามกอล์ฟ
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Wednesday, May 10, 2017
165 - หยุดเพื่อพิจารณา ในวันวิสาขบูชา
วันนี้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธอีกวันหนึ่ง เป็นวันที่นักกอล์ฟส่วนใหญ่หยุดงาน ขอถือโอกาสนี้ได้เผยแพร่ความรู้ที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้ทุกคนได้หยุดพิจารณาสิ่งที่ผ่านมาและที่กำลังจะดำเนินต่อไปในชีวิต ว่าชีวิตของเรากำลังทำอะไรกันอยู่ หากข้อความนี้เกิดประโยชน์กับผู้อ่านเพียงแค่คนเดียว ก็ถือว่าได้สำเร็จตามประสงค์ของผู้เขียน และขออนุโมทนาสาธุกับสิ่งดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสังคมด้วยครับ
10 ความจริงสูงสุดที่ทุกคนควรตระหนัก
1. แท้จริงแล้วสุขทุกข์ไม่ได้เกิดจากใครทำ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่เกิดจากการกระทบกันของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ปัจจัยภายนอกเป็นเพียงตัวแปร ปัจจัยภายในได้แก่ สติ คือสาเหตุใหญ่ ถ้าสติไม่แข็งแรง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เป็นใครมาจากไหน ก็มีความทุกข์ได้ทั้งนั้น เมื่อสติแข็งแรง ย่อมเห็นกระบวน การทำงานของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อเห็นกระบวนการดังกล่าว จิตย่อมไม่เสวยอารมณ์ อันเป็นต้นเหตุของสุข ทุกข์ สุขทุกข์จึงถูกปรับสมดุลให้อยู่ในภาวะเป็นกลาง สิ่งนี้เรียกว่า ความเบิกบาน
2. ความเป็นเรา เป็นเขา คือ กระบวนการปรุงแต่งของจิต แท้จริงแล้ว ตัวเราไม่มีอยู่ คำว่าตัวเราไม่มีอยู่นี้ ไม่ใช่คำอุปมาอุปไมย แต่เป็นสิ่งที่สามารถตรวจสอบได้เอง จากการฝึกจิต ความเป็นตัวเรานั้นเปรียบ
เหมือนรถยนต์หนึ่งคัน เมื่อจับล้อไว้ทางหนึ่เครื่องยนต์ไว้ทางหนึ่ง ประตู ตัวถังไว้ทางหนึ่ง เมื่อจับแยกส่วนได้เช่นนี้ สภาพความเป็นรถยนต์ก็หมดไป เมื่อฝึกสติจนแยกกาย ความคิด และจิต ออกจากกันได้ ความเป็นตัวเราก็หมดไปด้วย เมื่อความเป็นตัวเราหมดไป ผู้ยึดมั่นถือมั่นก็หมดไปด้วย ความทุกข์ทั้งปวงก็เป็นอันยุติ
3. เราทั้งหลาย ล้วนเกิดมาหลายล้านชาติ เป็นจำนวนที่นับไม่ได้ เคยเกิดเป็นคนรวย คนจน ราชา พระ ยาจก เป็นคนฉลาด เป็นคนโง่เขลา เป็นคนพิการ เป็นคนรูปงาม เป็นชาย เป็นหญิง เป็นกระเทย เป็นทอม เป็นนักบุญ เป็นมหาโจร เคยเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก เปรต เทวดา เคยเป็นมาทุกอย่าง ดังนั้น ถ้าชาตินี้เกิดมาดี ก็ไม่ได้แปลว่าชาติหน้าจะดี ชาตินี้อาจเป็นมหาเศรษฐี ชาติหน้าอาจเกิดเป็นสัตว์นรก ชาตินี้อาจเป็นสัตว์เดรัจฉาน ชาติหน้าอาจเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในตระกูลสูงก็เป็นได้ ตราบใดที่ยังเวียนว่ายตายเกิด จงอย่าลำพองใจว่า เรานั้นดีแล้ว ประเสริฐแล้ว เพราแท้จริง ไม่มีใครเลยที่ดีกว่าใคร ทุกคนล้วนอยู่ในความสุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น
4. จิตสุดท้ายก่อนตาย เป็นสิ่งชี้วัดว่าชาติหน้าเราจะไปเกิดเป็นอะไร ขณะที่จิตสุดท้ายเป็นสิ่งที่ควบคุม
ได้ยากที่สุด ในวินาทีสุดท้ายความเศร้า ความกลัว ความสงสัย การยึดติด และความเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้ จะดึงมนุษย์ให้ไปปฏิสนธิจิตในภูมิเบื้องต่ำ ได้แก่ นรก เปรต เดรฉาน พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งหลังจากตายไปแล้ว มีเท่าจำนวนเม็ดทรายที่ปลายนิ้ว ส่วนทรายที่เหลือบนปฐพี เทียบได้กับผู้ที่ตายแล้วไปจุติในอบายภูมิ ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว คงน้อยกว่า 0.000000001เปอร์เซ็นต์ นั่นเท่ากับว่า เป็นไปได้มากเหลือเกินว่า คนทั้งหมดที่เรารู้จัก จะไม่มีใครเลยที่จะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ไม่เว้นแม้กระทั้งเราเอง!!!
5. ชีวิตที่เราเห็นอยู่ เป็นชีวิตชั่วคราว เมื่อเราตาย สิ่งที่เราหามาด้วยความลำบาก สิ่งที่เราเคยมั่นหมายว่าสำคัญ ทั้งความสามารถ เกียรติภูมิ ลูก เมีย ผัว หน้าที่การงาน สมบัติพัสถาน เงินทอง บ้านช่อง ที่ดิน ความภาคภูมิใจ ทั้งหมดนี้ ไม่มีอะไรเลยที่เราสามารถนำติดตัวไปได้ คำถามสำคัญที่เราควรต้องคิด คือ "ทุกวันนี้เราใช้เวลาที่มีเพื่อสิ่งใด" แน่นอนว่า เวลาเกือบทั้งหมดของเรามุ่งไปสู่สิ่งที่เราไม่สามารถนำติดตัวไปได้ เหล่านี้ คือเรื่องอันตรายที่เราสมควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเร่งด่วน
6. บุญบาปเป็นของมีจริง ทุกการกระทำของเรา ย่อมส่งผลสะท้อนกลับ ไม่วันนี้ก็วันหน้า ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า คำพูด และการกระทำ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่เราคิด พูดสิ่งใด ทำสิ่งใดลงไป มิได้จารึกไว้เพียงโลกนี้ หากแต่มันจะจารึกไว้ในสังสารวัฏ ในจิตของเรา และเราจะต้องเป็นผู้รับผลแห่งการกระทำของตนเอง ตลอดการเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้น จงระวังคำพูด และการกระทำของเราไว้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่
7. ทุกคนที่เราเห็น พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ผู้คน ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ตลอดการเวียนว่ายตายเกิด ไม่มีใครเลยที่ไม่รู้จักกัน ไม่มีใครเลยที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และตราบใดที่เรายังเวียนว่ายตายเกิด เราและเขา จะได้พบกันอีก ไม่ฐานะใดฐานะหนึ่ง ทำดีกับเขาวันนี้ จะพบกันในเส้นทางที่ดี ทำร้ายเขาในวันนี้ ก็จะต้อง
ตามจองเวรกันต่อไปไม่สิ้นสุด ดังนั้น คำว่า "เพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย"จึงเป็นคำที่มีนัยยะสำคัญ
กว่าที่เราคิดไว้หลายเท่า จงมองผู้อื่นให้เหมือนครอบครัวของท่าน นั่นคือ หนทางที่ดีที่สุด
8. เมื่อการเวียนว่ายตายเกิดมีจริง การบริหารจัดการชีวิตของเรา ก็สมควรเป็นการบริหารจัดการชีวิตที่ครอบคลุมทุกมิติ ไม่เน้นหนักในชาติใดชาติหนึ่ง ชาตินี้ก็ต้องกินต้องใช้ แต่ชาติหน้าก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาด กิจกรรมบางอย่าง อาจส่งผลดีสูงสุดในชาตินี้ แต่ชาติหน้าอาจทำให้ท่านไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่อัตภาพ ความเป็นมนุษย์ ดังนั้น ในทุกวัน เราควรถามตนเองว่า วันนี้เราได้เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวในชาติหน้าบ้างแล้วหรือยัง
9. เวลาที่เราเห็นตรงหน้า มีเพียงปัจจุบัน วินาทีต่อวินาที เมื่อเวลาเคลื่อนเลยไป ไม่มีใครสามารถนำ
ช่วงเวลานั้นกลับมาใช้ซ้ำได้ อดีต ไม่มีจริง เพราะอดีต คือภาพจำที่เรานำมาคิดซ้ำในเวลาปัจจุบัน ส่วนอนาคตก็ไม่มีจริง เพราะอนาคต ก็คือการปรุงแต่งในปัจจุบันของเรา จงจำไว้เสมอ ชีวิต คือเรื่องสดใหม่ ตัวท่านมีอยู่เพียงปัจจุบันการอยู่กับปัจจุบันจะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างในชีวิตของท่านได้และนี่คือกุญแจเพียงดอกเดียวที่จะไขความลับของชีวิต จงอยู่กับปัจจุบันจนถึงที่สุด แล้วชีวิตจะเป็นของท่านอย่างแท้จริง
10. เป้าหมายของการเกิดเป็นมนุษย์คืออะไร บางคนบอกว่า ฉันเกิดมาเพื่อมีความสุข บางคนบอกว่า ฉันเกิดมาเพื่อสร้างสิ่งดีงามไว้ให้โลก บางคนบอกว่า ฉันเกิดมาเพื่อคนที่ฉันรัก นั่นก็เป็นสิ่งที่จะคิดกัน
ไปตามภูมิปัญญา แต่ละคนก็มีเป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับพระพุทธเจ้า ท่านได้ฝากเป้าหมายไว้ให้มนุษยชาติอย่างชัดเจน เป้าหมายของการเกิดเป็นมนุษย์ในทัศนะของพระพุทธเจ้า ก็คือการดับกิเลส และทำที่สุดแห่งทุกข์ให้แจ้ง คือการดับความไม่รู้ หรืออวิชา อันเป็นต้นเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ตลอด การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ
ขอให้เชื่อเถอะว่า เราเคยตั้งเป้าหมายชีวิตมาแล้วนับไม่ถ้วน และขอให้เชื่อเถอะว่า ทุกเป้าหมาย ทุกความปราถนา ทุกความสำเร็จ ทุกความอยากมี อยากได้ อยากเป็น เราล้วนเคยบรรลุมาแล้วก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น คงเหลือเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นที่เรายังไม่เคยบรรลุ นั่นคือเป้าหมายแห่งการไม่เกิด ไม่ตาย
เช่นนั้นแล้ว ถ้าชาตินี้เรายังตั้งเป้าหมายเก่าๆ ซ้ำๆ เดิมๆชีวิตของเราคงไม่ต่างอะไรกับนิยายน้ำเน่าที่นำมา เล่าซ้ำเปลี่ยนแต่เพียงชื่อแซ่ หน้าตา เสื้อผ้า หน้า ผม แต่ทุกอย่างก็ยังวนเวียนอยู่ในวังวนเก่าๆ
เช่นนี้แล้ว การเกิดของเราคงเป็นการเกิดที่ไร้ค่า
จงหยุดคิด พินิจ ใคร่ครวญ ด้วยสัมปชัญญะของท่าน อัตภาพความเป็นมนุษย์ คือ สิ่งล้ำค่าอันหาที่สุดมิได้ ทุกวันนี้ท่านกำลังใช้สิ่งล้ำค่าที่ว่า เพื่อแสวงหาสิ่งใดอยู่หรือ!!!
ขออนุโมทนาบุญกับพระสงฆ์ในศาสนาพุทธ..ทุกองค์..ทุกรูป..ในฐานะที่ท่านอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น ในการที่ได้เกิดเป็นมนุษย์
10 ความจริงสูงสุดที่ทุกคนควรตระหนัก
1. แท้จริงแล้วสุขทุกข์ไม่ได้เกิดจากใครทำ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่เกิดจากการกระทบกันของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ปัจจัยภายนอกเป็นเพียงตัวแปร ปัจจัยภายในได้แก่ สติ คือสาเหตุใหญ่ ถ้าสติไม่แข็งแรง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เป็นใครมาจากไหน ก็มีความทุกข์ได้ทั้งนั้น เมื่อสติแข็งแรง ย่อมเห็นกระบวน การทำงานของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อเห็นกระบวนการดังกล่าว จิตย่อมไม่เสวยอารมณ์ อันเป็นต้นเหตุของสุข ทุกข์ สุขทุกข์จึงถูกปรับสมดุลให้อยู่ในภาวะเป็นกลาง สิ่งนี้เรียกว่า ความเบิกบาน
2. ความเป็นเรา เป็นเขา คือ กระบวนการปรุงแต่งของจิต แท้จริงแล้ว ตัวเราไม่มีอยู่ คำว่าตัวเราไม่มีอยู่นี้ ไม่ใช่คำอุปมาอุปไมย แต่เป็นสิ่งที่สามารถตรวจสอบได้เอง จากการฝึกจิต ความเป็นตัวเรานั้นเปรียบ
เหมือนรถยนต์หนึ่งคัน เมื่อจับล้อไว้ทางหนึ่เครื่องยนต์ไว้ทางหนึ่ง ประตู ตัวถังไว้ทางหนึ่ง เมื่อจับแยกส่วนได้เช่นนี้ สภาพความเป็นรถยนต์ก็หมดไป เมื่อฝึกสติจนแยกกาย ความคิด และจิต ออกจากกันได้ ความเป็นตัวเราก็หมดไปด้วย เมื่อความเป็นตัวเราหมดไป ผู้ยึดมั่นถือมั่นก็หมดไปด้วย ความทุกข์ทั้งปวงก็เป็นอันยุติ
3. เราทั้งหลาย ล้วนเกิดมาหลายล้านชาติ เป็นจำนวนที่นับไม่ได้ เคยเกิดเป็นคนรวย คนจน ราชา พระ ยาจก เป็นคนฉลาด เป็นคนโง่เขลา เป็นคนพิการ เป็นคนรูปงาม เป็นชาย เป็นหญิง เป็นกระเทย เป็นทอม เป็นนักบุญ เป็นมหาโจร เคยเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก เปรต เทวดา เคยเป็นมาทุกอย่าง ดังนั้น ถ้าชาตินี้เกิดมาดี ก็ไม่ได้แปลว่าชาติหน้าจะดี ชาตินี้อาจเป็นมหาเศรษฐี ชาติหน้าอาจเกิดเป็นสัตว์นรก ชาตินี้อาจเป็นสัตว์เดรัจฉาน ชาติหน้าอาจเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในตระกูลสูงก็เป็นได้ ตราบใดที่ยังเวียนว่ายตายเกิด จงอย่าลำพองใจว่า เรานั้นดีแล้ว ประเสริฐแล้ว เพราแท้จริง ไม่มีใครเลยที่ดีกว่าใคร ทุกคนล้วนอยู่ในความสุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น
4. จิตสุดท้ายก่อนตาย เป็นสิ่งชี้วัดว่าชาติหน้าเราจะไปเกิดเป็นอะไร ขณะที่จิตสุดท้ายเป็นสิ่งที่ควบคุม
ได้ยากที่สุด ในวินาทีสุดท้ายความเศร้า ความกลัว ความสงสัย การยึดติด และความเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้ จะดึงมนุษย์ให้ไปปฏิสนธิจิตในภูมิเบื้องต่ำ ได้แก่ นรก เปรต เดรฉาน พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งหลังจากตายไปแล้ว มีเท่าจำนวนเม็ดทรายที่ปลายนิ้ว ส่วนทรายที่เหลือบนปฐพี เทียบได้กับผู้ที่ตายแล้วไปจุติในอบายภูมิ ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว คงน้อยกว่า 0.000000001เปอร์เซ็นต์ นั่นเท่ากับว่า เป็นไปได้มากเหลือเกินว่า คนทั้งหมดที่เรารู้จัก จะไม่มีใครเลยที่จะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ไม่เว้นแม้กระทั้งเราเอง!!!
5. ชีวิตที่เราเห็นอยู่ เป็นชีวิตชั่วคราว เมื่อเราตาย สิ่งที่เราหามาด้วยความลำบาก สิ่งที่เราเคยมั่นหมายว่าสำคัญ ทั้งความสามารถ เกียรติภูมิ ลูก เมีย ผัว หน้าที่การงาน สมบัติพัสถาน เงินทอง บ้านช่อง ที่ดิน ความภาคภูมิใจ ทั้งหมดนี้ ไม่มีอะไรเลยที่เราสามารถนำติดตัวไปได้ คำถามสำคัญที่เราควรต้องคิด คือ "ทุกวันนี้เราใช้เวลาที่มีเพื่อสิ่งใด" แน่นอนว่า เวลาเกือบทั้งหมดของเรามุ่งไปสู่สิ่งที่เราไม่สามารถนำติดตัวไปได้ เหล่านี้ คือเรื่องอันตรายที่เราสมควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเร่งด่วน
6. บุญบาปเป็นของมีจริง ทุกการกระทำของเรา ย่อมส่งผลสะท้อนกลับ ไม่วันนี้ก็วันหน้า ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า คำพูด และการกระทำ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่เราคิด พูดสิ่งใด ทำสิ่งใดลงไป มิได้จารึกไว้เพียงโลกนี้ หากแต่มันจะจารึกไว้ในสังสารวัฏ ในจิตของเรา และเราจะต้องเป็นผู้รับผลแห่งการกระทำของตนเอง ตลอดการเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้น จงระวังคำพูด และการกระทำของเราไว้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่
7. ทุกคนที่เราเห็น พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ผู้คน ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ตลอดการเวียนว่ายตายเกิด ไม่มีใครเลยที่ไม่รู้จักกัน ไม่มีใครเลยที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และตราบใดที่เรายังเวียนว่ายตายเกิด เราและเขา จะได้พบกันอีก ไม่ฐานะใดฐานะหนึ่ง ทำดีกับเขาวันนี้ จะพบกันในเส้นทางที่ดี ทำร้ายเขาในวันนี้ ก็จะต้อง
ตามจองเวรกันต่อไปไม่สิ้นสุด ดังนั้น คำว่า "เพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย"จึงเป็นคำที่มีนัยยะสำคัญ
กว่าที่เราคิดไว้หลายเท่า จงมองผู้อื่นให้เหมือนครอบครัวของท่าน นั่นคือ หนทางที่ดีที่สุด
8. เมื่อการเวียนว่ายตายเกิดมีจริง การบริหารจัดการชีวิตของเรา ก็สมควรเป็นการบริหารจัดการชีวิตที่ครอบคลุมทุกมิติ ไม่เน้นหนักในชาติใดชาติหนึ่ง ชาตินี้ก็ต้องกินต้องใช้ แต่ชาติหน้าก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาด กิจกรรมบางอย่าง อาจส่งผลดีสูงสุดในชาตินี้ แต่ชาติหน้าอาจทำให้ท่านไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่อัตภาพ ความเป็นมนุษย์ ดังนั้น ในทุกวัน เราควรถามตนเองว่า วันนี้เราได้เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวในชาติหน้าบ้างแล้วหรือยัง
9. เวลาที่เราเห็นตรงหน้า มีเพียงปัจจุบัน วินาทีต่อวินาที เมื่อเวลาเคลื่อนเลยไป ไม่มีใครสามารถนำ
ช่วงเวลานั้นกลับมาใช้ซ้ำได้ อดีต ไม่มีจริง เพราะอดีต คือภาพจำที่เรานำมาคิดซ้ำในเวลาปัจจุบัน ส่วนอนาคตก็ไม่มีจริง เพราะอนาคต ก็คือการปรุงแต่งในปัจจุบันของเรา จงจำไว้เสมอ ชีวิต คือเรื่องสดใหม่ ตัวท่านมีอยู่เพียงปัจจุบันการอยู่กับปัจจุบันจะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างในชีวิตของท่านได้และนี่คือกุญแจเพียงดอกเดียวที่จะไขความลับของชีวิต จงอยู่กับปัจจุบันจนถึงที่สุด แล้วชีวิตจะเป็นของท่านอย่างแท้จริง
10. เป้าหมายของการเกิดเป็นมนุษย์คืออะไร บางคนบอกว่า ฉันเกิดมาเพื่อมีความสุข บางคนบอกว่า ฉันเกิดมาเพื่อสร้างสิ่งดีงามไว้ให้โลก บางคนบอกว่า ฉันเกิดมาเพื่อคนที่ฉันรัก นั่นก็เป็นสิ่งที่จะคิดกัน
ไปตามภูมิปัญญา แต่ละคนก็มีเป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับพระพุทธเจ้า ท่านได้ฝากเป้าหมายไว้ให้มนุษยชาติอย่างชัดเจน เป้าหมายของการเกิดเป็นมนุษย์ในทัศนะของพระพุทธเจ้า ก็คือการดับกิเลส และทำที่สุดแห่งทุกข์ให้แจ้ง คือการดับความไม่รู้ หรืออวิชา อันเป็นต้นเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ตลอด การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ
ขอให้เชื่อเถอะว่า เราเคยตั้งเป้าหมายชีวิตมาแล้วนับไม่ถ้วน และขอให้เชื่อเถอะว่า ทุกเป้าหมาย ทุกความปราถนา ทุกความสำเร็จ ทุกความอยากมี อยากได้ อยากเป็น เราล้วนเคยบรรลุมาแล้วก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น คงเหลือเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นที่เรายังไม่เคยบรรลุ นั่นคือเป้าหมายแห่งการไม่เกิด ไม่ตาย
เช่นนั้นแล้ว ถ้าชาตินี้เรายังตั้งเป้าหมายเก่าๆ ซ้ำๆ เดิมๆชีวิตของเราคงไม่ต่างอะไรกับนิยายน้ำเน่าที่นำมา เล่าซ้ำเปลี่ยนแต่เพียงชื่อแซ่ หน้าตา เสื้อผ้า หน้า ผม แต่ทุกอย่างก็ยังวนเวียนอยู่ในวังวนเก่าๆ
เช่นนี้แล้ว การเกิดของเราคงเป็นการเกิดที่ไร้ค่า
จงหยุดคิด พินิจ ใคร่ครวญ ด้วยสัมปชัญญะของท่าน อัตภาพความเป็นมนุษย์ คือ สิ่งล้ำค่าอันหาที่สุดมิได้ ทุกวันนี้ท่านกำลังใช้สิ่งล้ำค่าที่ว่า เพื่อแสวงหาสิ่งใดอยู่หรือ!!!
ขออนุโมทนาบุญกับพระสงฆ์ในศาสนาพุทธ..ทุกองค์..ทุกรูป..ในฐานะที่ท่านอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น ในการที่ได้เกิดเป็นมนุษย์
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Tuesday, May 9, 2017
164 - อยากให้ลูกเล่นกอล์ฟ
ผู้ปกครองจำนวนมากที่อยากให้ลูกเล่นกอล์ฟมักถามว่า "จะให้ลูกเล่นกอล์ฟอายุกี่ขวบดี" เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบให้ แต่อยากจะแนะนำว่า กอล์ฟมันคือทักษะ ที่ต้องเรียนรู้หลายเรื่องรวมถึงการสะสมประสบการณ์ กอล์ฟจึงเหมือนการเรียนรู้เรื่องอื่นๆในชีวิต การส่งเสริมให้ลูกชอบกอล์ฟและรักการเล่นกอล์ฟตั้งแต่เด็ก จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ไม่ต่างกับการส่งเสริมให้เด็กรักการเรียนรู้ ย่อมดีกว่าการบังคับให้เด็กเรียน
การจะทำให้ลูกรักกอล์ฟไม่ใช่เกิดจากการให้เขาตีกอล์ฟเพียงอย่างเดียว การที่พ่อแม่ที่ชอบกอล์ฟมีเวลาคลุกคลีและคอยเล่าเรื่องกอล์ฟให้เขาฟัง ได้นั่งดูถ่ายทอดการแข่งขันกอล์ฟกับพ่อแม่ที่คอยอธิบายกฏกติกามารยาทกอล์ฟให้เขาเข้าใจ ได้ไปสนามไดร์ฟเห็นคนตีกอล์ฟจริง ได้ลองพัตต์บนพรมซ้อมพัตต์ของพ่อ ได้ไปเดินเล่นในสนามกอล์ฟหรือเดินดูการแข่งขันกอล์ฟจริงๆ ได้มีโปรกอล์ฟในดวงใจ ในที่สุดเด็กก็อยากจะตีกอล์ฟด้วยตัวเอง เราจึงค่อยๆซื้ออุปกรณ์ให้ทีละน้อย และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องไปกดดันหรือบังคับเขา เมื่อเด็กชอบและรักกอล์ฟเขาก็จะหยิบไม้กอล์ฟมาเล่นด้วยความอยากของเอง การสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศกอล์ฟภายในบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญ มีไม้กอล์ฟ มีพรมซ้อมพัตต์ มีลูกกอล์ฟกลิ้งไปมาอยู่ในบ้านที่พร้อมให้เขาได้เล่นได้ลองในทันทีที่ต้องการ เป็นสิ่งที่เริ่มได้อายุเท่าไหร่ก็ได้ เมื่อใดที่เราทำให้กอล์ฟเข้าไปอยู่ในหัวใจของลูกแล้ว มันจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต ส่วนจะให้โปรสอนตีกอล์ฟก็จัดการตามเหมาะสม เมื่อถึงเวลาที่เห็นสมควร ส่วนสำคัญคือการทำให้เด็กเล่นกอล์ฟด้วยความสนุก ความรัก แล้วเขาจะทำมันได้ดี ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเขาเอง เป็นเรื่องของอนาคต ความพยายาม และบุญวาสนา ถ้าเปรียบกอล์ฟก็เหมือนวิ่งมาราธอน ไม่ใช่วิ่งระยะสั้น ไม่จำเป็นต้องเร่งต้องรีบ แต่ให้วิ่งด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและไม่หยุดจนกว่าจะถึงเส้นชัย เด็กที่ตีกอล์ฟเก่งตั้งแต่ยังเล็ก อาจไม่ใช่โปรกอล์ฟที่ประสบความสำเร็จและตีกอล์ฟสร้างรายได้จนเป็นอาชีพได้ พ่อเม่ที่อยากส่งเสริมให้ลูกตีกอล์ฟและเอาดีทางกอล์ฟควรเรียนรู้แต่เนิ่นๆ วางแผนและเรียนรู้ล่วงหน้าว่าครอบครัวจะต้องเจออะไรต่อไปในเส้นทางนี้ อย่าให้การลงทุนเวลาและการเงินเสียเปล่าครับ
การจะทำให้ลูกรักกอล์ฟไม่ใช่เกิดจากการให้เขาตีกอล์ฟเพียงอย่างเดียว การที่พ่อแม่ที่ชอบกอล์ฟมีเวลาคลุกคลีและคอยเล่าเรื่องกอล์ฟให้เขาฟัง ได้นั่งดูถ่ายทอดการแข่งขันกอล์ฟกับพ่อแม่ที่คอยอธิบายกฏกติกามารยาทกอล์ฟให้เขาเข้าใจ ได้ไปสนามไดร์ฟเห็นคนตีกอล์ฟจริง ได้ลองพัตต์บนพรมซ้อมพัตต์ของพ่อ ได้ไปเดินเล่นในสนามกอล์ฟหรือเดินดูการแข่งขันกอล์ฟจริงๆ ได้มีโปรกอล์ฟในดวงใจ ในที่สุดเด็กก็อยากจะตีกอล์ฟด้วยตัวเอง เราจึงค่อยๆซื้ออุปกรณ์ให้ทีละน้อย และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องไปกดดันหรือบังคับเขา เมื่อเด็กชอบและรักกอล์ฟเขาก็จะหยิบไม้กอล์ฟมาเล่นด้วยความอยากของเอง การสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศกอล์ฟภายในบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญ มีไม้กอล์ฟ มีพรมซ้อมพัตต์ มีลูกกอล์ฟกลิ้งไปมาอยู่ในบ้านที่พร้อมให้เขาได้เล่นได้ลองในทันทีที่ต้องการ เป็นสิ่งที่เริ่มได้อายุเท่าไหร่ก็ได้ เมื่อใดที่เราทำให้กอล์ฟเข้าไปอยู่ในหัวใจของลูกแล้ว มันจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต ส่วนจะให้โปรสอนตีกอล์ฟก็จัดการตามเหมาะสม เมื่อถึงเวลาที่เห็นสมควร ส่วนสำคัญคือการทำให้เด็กเล่นกอล์ฟด้วยความสนุก ความรัก แล้วเขาจะทำมันได้ดี ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเขาเอง เป็นเรื่องของอนาคต ความพยายาม และบุญวาสนา ถ้าเปรียบกอล์ฟก็เหมือนวิ่งมาราธอน ไม่ใช่วิ่งระยะสั้น ไม่จำเป็นต้องเร่งต้องรีบ แต่ให้วิ่งด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและไม่หยุดจนกว่าจะถึงเส้นชัย เด็กที่ตีกอล์ฟเก่งตั้งแต่ยังเล็ก อาจไม่ใช่โปรกอล์ฟที่ประสบความสำเร็จและตีกอล์ฟสร้างรายได้จนเป็นอาชีพได้ พ่อเม่ที่อยากส่งเสริมให้ลูกตีกอล์ฟและเอาดีทางกอล์ฟควรเรียนรู้แต่เนิ่นๆ วางแผนและเรียนรู้ล่วงหน้าว่าครอบครัวจะต้องเจออะไรต่อไปในเส้นทางนี้ อย่าให้การลงทุนเวลาและการเงินเสียเปล่าครับ
ถ้าคุณกลับมาบ้านแล้วเห็นลูกชายยืนซ้อมกอล์ฟด้วยตัวเองความสนุกสนาน จะรู้สึกดีแค่ไหน
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Monday, May 8, 2017
163 - What the routine!!!!
เมื่อวานเราคุยกันเรื่อง "การเล่นกอล์ฟอย่างไรไม่ให้ช้า" มีกล่าวถึงนักกอล์ฟบางคนที่มี routine การเข้าตีที่ใช้เวลานานมากๆ และนักกอล์ฟเหล่านี้ก็มักไม่รู้ตัว กลายเป็นเรื่องตลกที่ซุบซิบคุยกันในหมู่เพื่อน และแค๊ดดี้ นักกอล์ฟบางคนมี routine ที่ประหลาดเกิ๊น ซึ่งไม่ได้ส่งเสริมภาพลักษณ์ของตนแต่ประการใด ถึงตรงนี้นักกอล์ฟทุกคนควรให้เพื่อนถ่ายวีดีโอถ่าย routine ก่อนเข้าตีของตนและพิจารณาด้วยตาของตนเองว่า เราช้า เราประหลาดหรือเปล่า โดยไม่ต้องไปเถียงกับเพื่อน
ดูวีดีโอแล้วคิดว่าที่เพื่อนพูดมันเกินความจริงไหม และควรปรับปรุงไหม ขออนุญาติเพื่อนด้วยนะที่เอาวีดีโอมาเป็นกรณีศึกษาให้เป็นประโยชน์กับนักกอล์ฟท่านอื่น ท่านคงจำตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เพราะป่านนี้ routine ท่านคงเปลี่ยนไปแล้ว เพราะวีดีโอนี้มันนานหลายปีแล้ว แต่ถ้ายังไม่เปลี่ยนเห็นแล้วก็รีบเปลี่ยนเถอะนะ ดู routine ของเพื่อนแล้วลุ้นเกิ๊น ส่วนนักกอล์ฟท่านอื่น อย่ามัวแต่หัวเราะ routine ของท่านอาจจะยิ่งกว่าเพื่อนผมก็เป็นไปได้นะครับ
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Sunday, May 7, 2017
162 - เล่นกอล์ฟอย่างไรไม่ให้ช้า
การเล่นกอล์ฟช้า เป็นปัญหาที่กระทบกับคนหมู่มาก เพราะเวลาออกรอบแต่ละก๊วนจะออกเป็นลำดับต่อเนื่องกันไป ถ้ามีสักก๊วนนึงช้า จะทำให้ก๊วนที่ตามหลังช้าตามไปกันไปหมด เป็นผลให้เกิดความหงุดหงิด ตามมาด้วยการตีอัดและการทะเลาะกันในที่สุด นักกอล์ฟที่ตีช้ามักไม่รู้ตัวและคิดว่าตัวเองปกติทุกคน ดังนั้นนักกอล์ฟทุกคนลองพิจารณาตัวเองตามทีละข้อว่า ตัวเองมีพฤติกรรมตีช้าตามนี้บ้างหรือไม่
1. บนแท่นทีออฟนักกอล์ฟทุกคนควรมีไม้กอล์ฟ ที และลูกกอล์ฟ พร้อมที่จะทีออฟทันที ลำดับการตีที่เหมาะสมตามมารยาท ถ้าหลุมที่ผ่านมาใครทำสกอร์ได้ดีที่สุด ควรจะได้ทีออฟก่อน แต่ในความเป็นจริงเพื่อความรวดเร็วนักกอล์ฟที่พร้อมก็ควรทีออฟได้ทันที ระหว่างที่มีนักกอล์ฟกำลังทีออฟอยู่ นักกอล์ฟท่านต่อไปควรอยู่ในสภาวะที่พร้อมจะทีออฟทันที
2. นักกอล์ฟที่มีแนวโน้มว่าจะตีหัวไม้ไม่ตรงและมีโอกาสเข้าป่า เข้ารัฟ ควรนัดแนะกับแค๊ดดี้ให้ดี และตั้งใจมาร์คลูกตอนทีออฟให้ดี การตีเข้าอุปสรรคจะทำให้เสียเวลาหาลูก และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ช้ามากที่สุด
3. หลังจากทีออฟ ถ้านักกอล์ฟคนไหนที่รู้ตัวว่าตัวเองตีช้า หรือทีออฟเข้าไปในอุปสรรคที่คิดว่าต้องใช้เวลาหาลูก หลังจากที่ทุกคนทีออฟเสร็จแล้ว ควรเดินตรงไปหาลูกของตนในทันที ไม่ควรเดินคุยกับเพื่อน เอ้อละเหย เพราะจะทำให้ช้า นักกอล์ฟที่เดินคุยเฮฮากับเพื่อนระหว่างเดินไปยังลูก คือคนที่ตีอยู่ในแฟร์เวย์
4. รักษาเวลาหาลูกกอล์ฟให้เหมาะสม ปัจจุบันกฏกอล์ฟให้เวลาหาลูกกอล์ฟ 5 นาที แต่จะมีการลดเวลาลงเหลือเพียง 3 นาทีเท่านั้น เริ่ม 1 มกราคม 2562 ถ้าหาไม่เจอก็ต้องทำใจและดรอปทันที ถึงแม้ตามกฏจริงๆแล้ว ลูกหายจะต้องกลับไปตีใหม่ แต่ในทางปฏิบัติจะทำให้ช้าอย่างยิ่ง ถ้าจะเล่นตามกฏจริงๆ ถ้าตีลูกเข้าป่าที่คิดว่ามีโอกาสหาย ให้ทีออฟลูกสำรองเสมอ
5. ช็อตแอพโพรชตามมารยาทและความปลอดภัยแล้ว ลูกที่อยู่ไกลหลุมที่สุดควรจะตีก่อน แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ ถ้าลูกกอล์ฟไม่ได้อยู่ในบริเวณที่เกี่ยวเนื่องที่จะรบกวนการตีของเพื่อนและไม่อยู่ในแนวที่จะสร้างอันตรายให้กับเพื่อนในก๊วน ใครพร้อมก็ควรตีได้เลย จะช่วยทำให้เกมส์ไหลลื่นเป็นอย่างยิ่ง
6. นักกอล์ฟทุกคนควรสื่อสารให้แค๊ดดี้รู้อย่างชัดเจนว่าต้องการอุปกรณ์อันไหนเพื่อที่จะใช้ตีช็อตแอพโพรช หากออกรอบโดยใช้รถกอล์ฟและสนามห้ามขับรถเข้าในแฟร์เวย์ การเรียกให้แค๊ดดี้หยิบเหล็กเผื่อทั้งเหล็กที่สั้นลงและยาวขึ้นหนึ่งเบอร์ จะไม่ทำให้เสียเวลาให้แค๊ดดี้วิ่งกลับไปที่รถหากตัดสินใจเปลี่ยนเหล็ก เช่นหากคิดว่าจะตีด้วยเหล็ก 7 ก็เรียกแค๊ดดี้หยิบเหล็ก 6 และ 8 มาด้วย
7. นักกอล์ฟมือใหม่ที่รู้ตัวว่าตัวเองฝีมือยังไม่ดี ควรคิดเสมอว่ามีก๊วนหลังตามเรามาเสมอ ไม่ควรเล่นช็อตที่ไม่มั่นใจและจะทำให้เสียเวลา เช่น การแก้ปัญหาในป่า ตีต่ำลอดต้นไม้ ตีข้ามน้ำในระยะที่สุ่มเสี่ยง เพราะช็อตเหล่านี้มักจะจบด้วยสกอร์ที่เละ และเสียเวลาเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนในก๊วนและก๊วนหลังก็จะต้องยืนคอยรอคุณคนเดียวอย่างหงุดหงิด สำหรับมือใหม่การเอาลูกกลับมาอยู่ในแฟร์เวย์ก่อน จะช่วยเซฟสกอร์ได้เสมอและทำให้สังคมไม่เจ็บปวดด้วย
8. บนกรีนเป็นช็อตที่ใช้เวลามากช็อตหนึ่ง นักกอล์ฟทุกคนควรรู้หน้าที่ เดินดูไลน์บนกรีนของตัวเองเพื่อเก็บข้อมูลของตัวเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วในช่วงเวลาที่ไม่รบกวนนักกอล์ฟท่านอื่น เพื่อตัดสินใจและพร้อมที่จะเข้าตั้งไลน์และพัตต์ได้ทันทีเมื่อลำดับการพัตต์มาถึงตน นักกอล์ฟที่มาเริ่มดูไลน์ตอนที่ตนเองจะต้องพัตต์แล้ว จะเสียเวลาและสร้างความหงุดหงิดให้กับเพื่อนเป็นอย่างยิ่ง
9. มีนักกอล์ฟบางคนที่มี routine การเข้าตีที่ใช้เวลานานมากๆ และนักกอล์ฟเหล่านี้ก็มักไม่รู้ตัว กลายเป็นเรื่องตลกที่ซุบซิบคุยกันในหมู่เพื่อน และแค๊ดดี้ นักกอล์ฟบางคนมี routine ที่ประหลาดเกิ๊น ซึ่งไม่ได้ส่งเสริมภาพลักษณ์ของตนแต่ประการใด ถึงตรงนี้นักกอล์ฟทุกคนควรให้เพื่อนถ่ายวีดีโอถ่าย routine ก่อนเข้าตีของตนและพิจารณาด้วยตาของตนเองว่า เราช้า เราประหลาดหรือเปล่า โดยไม่ต้องไปเถียงกับเพื่อน
10. นักกอล์ฟที่เดินคุยโทรศัพท์ก็เป็นหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้เสียเวลา ยิ่งถ้าก๊วนหลังเห็นก๊วนหน้าที่มีพฤติกรรมตีช้า จะยิ่งทำให้เดือดขึ้นอย่างรวดเร็วและตามมาด้วยพฤติกรรมการเตือนด้วยการส่งแฟกซ์ ที่เป็นคำสแลงในหมู่นักกอล์ฟ นักกอล์ฟที่งานเข้า โทรศัพย์มากควรรับให้ไวและรีบวาง เพื่อไม่ให้การเล่นช้า
11. นักกอล์ฟมือใหม่ที่ตีเละ สติหลุด การยอมมอบตัว หยุดเล่นหลุมนั้น เพื่อรวบรวมสติแล้วไปรอทีออฟที่หลุมถัดไป ก็ไม่เป็นการเสียหาย นักกอล์ฟมือใหม่ควรมีทักษะการตีกอล์ฟระดับหนึ่งถึงจะควรออกรอบ และการออกรอบก็ควรมีนักกอล์ฟที่มีประสบการณ์และฝีมือดีกว่าคอยให้คำแนะนำ และควรเลือกวัน เวลา และสนามออกรอบที่มีการจราจรไม่คับคั่ง จะไม่เป็นการรบกวนคนอื่นและไม่กดดันตัวเอง
12. นักกอล์ฟควรพิจารณาว่าก๊วนตนเองช้าหรือไม่ ถ้าเราตามก๊วนหน้าไม่ทัน และก๊วนหลังบี้เราโดยตลอด ถือว่าเราเล่นช้า ในสนามที่ได้มาตรฐาน จะมี Marshall คอยขับรถเตือนก๊วนที่เล่นช้า ก็อย่าไปหงุดหงิดใส่เขา ก๊วนเล่นช้ามักไม่รู้ตัวเสมอ เขามาเตือนก๊วน ไม่ได้เตือนคน ถ้าหากเป็นวันที่ก๊วนกอล์ฟไม่เยอะ การพิจารณาให้ก๊วนหลังแซง ก็เป็นทางเลือกที่ดีมาก แต่ถ้าเป็นวันที่ก๊วนแน่น การให้แซงไม่แก้ปัญหา ทุกคนในก๊วนควรรู้หน้าที่และตีให้เร็วขึ้นเท่านั้น
13. การพักซุ้ม คืออีกสาเหตุที่ทำให้เสียเวลา ก๊วนที่ตีช้า ไม่สมควรเสียเวลาพักนั่งกินน้ำกินอาหารอย่างยิ่ง
นักกอล์ฟมือใหม่หรือนักกอล์ฟที่ตีสกอร์ร้อยกว่าก็สามารถตีกอล์ฟไม่ให้ช้าได้หากปฏิบัติตามที่กล่าวมา คนที่ตีช้ามากๆ เพื่อนๆก็เบื่อและไม่อยากชวนออกรอบก็มีนะครับ ยังไงช่วยกันพิจารณาตัวเอง ถ้าทุกคนตีกอล์ฟอย่างรู้หน้าที่ เราจะใช้เวลาออกรอบกันสั้นลง และขอเตือนว่าการเตือนเพื่อนที่ตีช้า ควรทำด้วยความสุขุม นุ่มนวล เพราะไม่มีใครคิดว่าตัวเองตีช้าแน่นอน และจะโกรธคนเตือนแน่นอน
1. บนแท่นทีออฟนักกอล์ฟทุกคนควรมีไม้กอล์ฟ ที และลูกกอล์ฟ พร้อมที่จะทีออฟทันที ลำดับการตีที่เหมาะสมตามมารยาท ถ้าหลุมที่ผ่านมาใครทำสกอร์ได้ดีที่สุด ควรจะได้ทีออฟก่อน แต่ในความเป็นจริงเพื่อความรวดเร็วนักกอล์ฟที่พร้อมก็ควรทีออฟได้ทันที ระหว่างที่มีนักกอล์ฟกำลังทีออฟอยู่ นักกอล์ฟท่านต่อไปควรอยู่ในสภาวะที่พร้อมจะทีออฟทันที
2. นักกอล์ฟที่มีแนวโน้มว่าจะตีหัวไม้ไม่ตรงและมีโอกาสเข้าป่า เข้ารัฟ ควรนัดแนะกับแค๊ดดี้ให้ดี และตั้งใจมาร์คลูกตอนทีออฟให้ดี การตีเข้าอุปสรรคจะทำให้เสียเวลาหาลูก และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ช้ามากที่สุด
3. หลังจากทีออฟ ถ้านักกอล์ฟคนไหนที่รู้ตัวว่าตัวเองตีช้า หรือทีออฟเข้าไปในอุปสรรคที่คิดว่าต้องใช้เวลาหาลูก หลังจากที่ทุกคนทีออฟเสร็จแล้ว ควรเดินตรงไปหาลูกของตนในทันที ไม่ควรเดินคุยกับเพื่อน เอ้อละเหย เพราะจะทำให้ช้า นักกอล์ฟที่เดินคุยเฮฮากับเพื่อนระหว่างเดินไปยังลูก คือคนที่ตีอยู่ในแฟร์เวย์
4. รักษาเวลาหาลูกกอล์ฟให้เหมาะสม ปัจจุบันกฏกอล์ฟให้เวลาหาลูกกอล์ฟ 5 นาที แต่จะมีการลดเวลาลงเหลือเพียง 3 นาทีเท่านั้น เริ่ม 1 มกราคม 2562 ถ้าหาไม่เจอก็ต้องทำใจและดรอปทันที ถึงแม้ตามกฏจริงๆแล้ว ลูกหายจะต้องกลับไปตีใหม่ แต่ในทางปฏิบัติจะทำให้ช้าอย่างยิ่ง ถ้าจะเล่นตามกฏจริงๆ ถ้าตีลูกเข้าป่าที่คิดว่ามีโอกาสหาย ให้ทีออฟลูกสำรองเสมอ
5. ช็อตแอพโพรชตามมารยาทและความปลอดภัยแล้ว ลูกที่อยู่ไกลหลุมที่สุดควรจะตีก่อน แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ ถ้าลูกกอล์ฟไม่ได้อยู่ในบริเวณที่เกี่ยวเนื่องที่จะรบกวนการตีของเพื่อนและไม่อยู่ในแนวที่จะสร้างอันตรายให้กับเพื่อนในก๊วน ใครพร้อมก็ควรตีได้เลย จะช่วยทำให้เกมส์ไหลลื่นเป็นอย่างยิ่ง
6. นักกอล์ฟทุกคนควรสื่อสารให้แค๊ดดี้รู้อย่างชัดเจนว่าต้องการอุปกรณ์อันไหนเพื่อที่จะใช้ตีช็อตแอพโพรช หากออกรอบโดยใช้รถกอล์ฟและสนามห้ามขับรถเข้าในแฟร์เวย์ การเรียกให้แค๊ดดี้หยิบเหล็กเผื่อทั้งเหล็กที่สั้นลงและยาวขึ้นหนึ่งเบอร์ จะไม่ทำให้เสียเวลาให้แค๊ดดี้วิ่งกลับไปที่รถหากตัดสินใจเปลี่ยนเหล็ก เช่นหากคิดว่าจะตีด้วยเหล็ก 7 ก็เรียกแค๊ดดี้หยิบเหล็ก 6 และ 8 มาด้วย
7. นักกอล์ฟมือใหม่ที่รู้ตัวว่าตัวเองฝีมือยังไม่ดี ควรคิดเสมอว่ามีก๊วนหลังตามเรามาเสมอ ไม่ควรเล่นช็อตที่ไม่มั่นใจและจะทำให้เสียเวลา เช่น การแก้ปัญหาในป่า ตีต่ำลอดต้นไม้ ตีข้ามน้ำในระยะที่สุ่มเสี่ยง เพราะช็อตเหล่านี้มักจะจบด้วยสกอร์ที่เละ และเสียเวลาเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนในก๊วนและก๊วนหลังก็จะต้องยืนคอยรอคุณคนเดียวอย่างหงุดหงิด สำหรับมือใหม่การเอาลูกกลับมาอยู่ในแฟร์เวย์ก่อน จะช่วยเซฟสกอร์ได้เสมอและทำให้สังคมไม่เจ็บปวดด้วย
8. บนกรีนเป็นช็อตที่ใช้เวลามากช็อตหนึ่ง นักกอล์ฟทุกคนควรรู้หน้าที่ เดินดูไลน์บนกรีนของตัวเองเพื่อเก็บข้อมูลของตัวเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วในช่วงเวลาที่ไม่รบกวนนักกอล์ฟท่านอื่น เพื่อตัดสินใจและพร้อมที่จะเข้าตั้งไลน์และพัตต์ได้ทันทีเมื่อลำดับการพัตต์มาถึงตน นักกอล์ฟที่มาเริ่มดูไลน์ตอนที่ตนเองจะต้องพัตต์แล้ว จะเสียเวลาและสร้างความหงุดหงิดให้กับเพื่อนเป็นอย่างยิ่ง
9. มีนักกอล์ฟบางคนที่มี routine การเข้าตีที่ใช้เวลานานมากๆ และนักกอล์ฟเหล่านี้ก็มักไม่รู้ตัว กลายเป็นเรื่องตลกที่ซุบซิบคุยกันในหมู่เพื่อน และแค๊ดดี้ นักกอล์ฟบางคนมี routine ที่ประหลาดเกิ๊น ซึ่งไม่ได้ส่งเสริมภาพลักษณ์ของตนแต่ประการใด ถึงตรงนี้นักกอล์ฟทุกคนควรให้เพื่อนถ่ายวีดีโอถ่าย routine ก่อนเข้าตีของตนและพิจารณาด้วยตาของตนเองว่า เราช้า เราประหลาดหรือเปล่า โดยไม่ต้องไปเถียงกับเพื่อน
10. นักกอล์ฟที่เดินคุยโทรศัพท์ก็เป็นหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้เสียเวลา ยิ่งถ้าก๊วนหลังเห็นก๊วนหน้าที่มีพฤติกรรมตีช้า จะยิ่งทำให้เดือดขึ้นอย่างรวดเร็วและตามมาด้วยพฤติกรรมการเตือนด้วยการส่งแฟกซ์ ที่เป็นคำสแลงในหมู่นักกอล์ฟ นักกอล์ฟที่งานเข้า โทรศัพย์มากควรรับให้ไวและรีบวาง เพื่อไม่ให้การเล่นช้า
11. นักกอล์ฟมือใหม่ที่ตีเละ สติหลุด การยอมมอบตัว หยุดเล่นหลุมนั้น เพื่อรวบรวมสติแล้วไปรอทีออฟที่หลุมถัดไป ก็ไม่เป็นการเสียหาย นักกอล์ฟมือใหม่ควรมีทักษะการตีกอล์ฟระดับหนึ่งถึงจะควรออกรอบ และการออกรอบก็ควรมีนักกอล์ฟที่มีประสบการณ์และฝีมือดีกว่าคอยให้คำแนะนำ และควรเลือกวัน เวลา และสนามออกรอบที่มีการจราจรไม่คับคั่ง จะไม่เป็นการรบกวนคนอื่นและไม่กดดันตัวเอง
12. นักกอล์ฟควรพิจารณาว่าก๊วนตนเองช้าหรือไม่ ถ้าเราตามก๊วนหน้าไม่ทัน และก๊วนหลังบี้เราโดยตลอด ถือว่าเราเล่นช้า ในสนามที่ได้มาตรฐาน จะมี Marshall คอยขับรถเตือนก๊วนที่เล่นช้า ก็อย่าไปหงุดหงิดใส่เขา ก๊วนเล่นช้ามักไม่รู้ตัวเสมอ เขามาเตือนก๊วน ไม่ได้เตือนคน ถ้าหากเป็นวันที่ก๊วนกอล์ฟไม่เยอะ การพิจารณาให้ก๊วนหลังแซง ก็เป็นทางเลือกที่ดีมาก แต่ถ้าเป็นวันที่ก๊วนแน่น การให้แซงไม่แก้ปัญหา ทุกคนในก๊วนควรรู้หน้าที่และตีให้เร็วขึ้นเท่านั้น
13. การพักซุ้ม คืออีกสาเหตุที่ทำให้เสียเวลา ก๊วนที่ตีช้า ไม่สมควรเสียเวลาพักนั่งกินน้ำกินอาหารอย่างยิ่ง
นักกอล์ฟมือใหม่หรือนักกอล์ฟที่ตีสกอร์ร้อยกว่าก็สามารถตีกอล์ฟไม่ให้ช้าได้หากปฏิบัติตามที่กล่าวมา คนที่ตีช้ามากๆ เพื่อนๆก็เบื่อและไม่อยากชวนออกรอบก็มีนะครับ ยังไงช่วยกันพิจารณาตัวเอง ถ้าทุกคนตีกอล์ฟอย่างรู้หน้าที่ เราจะใช้เวลาออกรอบกันสั้นลง และขอเตือนว่าการเตือนเพื่อนที่ตีช้า ควรทำด้วยความสุขุม นุ่มนวล เพราะไม่มีใครคิดว่าตัวเองตีช้าแน่นอน และจะโกรธคนเตือนแน่นอน
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Saturday, May 6, 2017
161 - สนามไดร์ฟกอล์ฟหายไปไหน
สนามไดร์ฟเอกสปอร์ตและสนามไดร์ฟ Number One ที่อยู่ในซอยสถานฑูตลาว, สนามไดร์ฟเสนาพัตติ้งกรีน, สนามไดร์ฟพร้อมศิริ และได้ข่าวแว่วๆมาว่า สนามไดร์ฟบางพลีมีกำหนดปิด พอลองหาข้อมูลก็พบว่ามีประกาศขายสนามเสียแล้ว และข่าวที่สนามไดร์ฟในเมืองบางสนามก็มีข่าวว่าจะเลิกกิจการอีก
สนามไดร์ฟกอล์ฟเป็นกิจการที่ใช้พื้นที่มาก ไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ขึ้นไป เมื่อเวลาผ่านไปสัดส่วนรายได้เทียบกับขนาดพื้นที่ในมุมมองของเจ้าของที่จะไม่คุ้มค่าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อราคาที่ดินถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ วันใดที่มีนักลงทุนเสนอซื้อที่ดินผืนใหญ่ในราคาหลายร้อยล้านบาท เจ้าของที่ส่วนใหญ่มักจะทนความยั่วยวนไม่ได้ สนามไดร์ฟจากเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดที่ทำเงินได้กำไรเป็นกอบเป็นกำและรวดเร็วกว่ามาก
ในขณะที่จำนวนสนามไดร์ฟกอล์ฟในกรุงเทพฯที่หายไปมีมากกว่าสนามไดร์ฟที่สร้างใหม่ สนามไดร์ฟที่เหลืออยู่น่าจะยิ่งแน่นมากขึ้น จากนักกอล์ฟที่ย้ายสนามซ้อม แต่แปลกที่เหตุการณ์ไม่ยักเป็นเช่นนั้นในช่วงเวลานี้ ติดตามดูกันว่าสนามไดร์ฟไหนที่กำลังจะหายเป็นรายต่อไป
สนามไดร์ฟกอล์ฟเป็นกิจการที่ใช้พื้นที่มาก ไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ขึ้นไป เมื่อเวลาผ่านไปสัดส่วนรายได้เทียบกับขนาดพื้นที่ในมุมมองของเจ้าของที่จะไม่คุ้มค่าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อราคาที่ดินถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ วันใดที่มีนักลงทุนเสนอซื้อที่ดินผืนใหญ่ในราคาหลายร้อยล้านบาท เจ้าของที่ส่วนใหญ่มักจะทนความยั่วยวนไม่ได้ สนามไดร์ฟจากเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดที่ทำเงินได้กำไรเป็นกอบเป็นกำและรวดเร็วกว่ามาก
ในขณะที่จำนวนสนามไดร์ฟกอล์ฟในกรุงเทพฯที่หายไปมีมากกว่าสนามไดร์ฟที่สร้างใหม่ สนามไดร์ฟที่เหลืออยู่น่าจะยิ่งแน่นมากขึ้น จากนักกอล์ฟที่ย้ายสนามซ้อม แต่แปลกที่เหตุการณ์ไม่ยักเป็นเช่นนั้นในช่วงเวลานี้ ติดตามดูกันว่าสนามไดร์ฟไหนที่กำลังจะหายเป็นรายต่อไป
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Friday, May 5, 2017
160 - วงกิ๊บ
พัฒนาการของวงกิ๊บและการให้กิ๊บ ที่ใช้ตัดสินใจในการให้ถือว่าพัตต์ลงโดยไม่ต้องพัตต์เลยนั้น มีความเป็นมาไกลมาก วงกิ๊บที่นักกอล์ฟไทยเรียกน่าจะมาจากศัพย์ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า "giving putt" ดังนั้นการออกเสียงวงกิ๊บที่เหมาะสมน่าจะเป็น "วงกีฟ" แต่คำแสลงก็คือคำแสลง นักกอล์ฟฝรั่งก็มีคำแสลงของศัพย์คำนี้เช่นเดียวกัน ที่เรียกกันว่า "gimme" ออกเสียงว่า "กิม-มี" ที่มาจากคำว่า "give me"
วงกีฟมีจุดประสงค์เพื่อทำให้นักกอล์ฟเล่นกอล์ฟได้เร็วขึ้นเท่านั้น เพราะกฏกอล์ฟในการเล่น Stroke Play ลูกกอล์ฟต้องลงหลุมเท่านั้นถึงจะจบหลุม มีเพียงแค่การเล่น Match Play เท่านั้น ที่มีการให้กีฟกันตามวิจารณญาณของคู่แข่ง แต่กีฟและวงกีฟของนักกอล์ฟไทยพัฒนาไปไกลมาก ในสนามกอล์ฟมีการตีวงกีฟรอบๆหลุม นักกอล์ฟจะได้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ต้องทะเลาะกัน สนามกอล์ฟส่วนใหญ่ไม่มีวงกีฟรอบๆหลุม นักกอล์ฟจึงมีกฏประจำก๊วนกันเอง ที่เรียกว่า "กฏหนึ่งพัตเตอร์" ถ้าลูกกกอล์ฟเข้าไปอยู่รอบๆหลุมแล้วเอาหัวพัตเตอร์จิ้มไว้ที่หลุมแล้ววางพัตเตอร์ลง ถ้าลูกกอล์ฟอยู่ในระยะที่ไม่เกินปลายขอบปากกริปพัตเตอร์ก็ถือว่าได้กิฟ กฏนี้สืบทรายไม่ได้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร แต่นักกอล์ฟก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งๆที่ไม่มีความยุติธรรมสักเท่าไหร่ นักกอล์ฟที่ใช้พัตเตอร์สั้นก็จะเสียเปรียบนักกอล์ฟที่ใช้พัตเตอร์ยาวๆ แต่ก็ใช้กันมาได้ยาวนาน
เคยมีนักกอล์ฟท่านหนึ่งมาเปลี่ยนกริปพัตเตอร์แล้วบอกให้ตัดปลายกริปออกประมาณ 2 นิ้ว เพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบเพื่อน เพราะก๊วนให้กฏ "หนึ่งพัตเตอร์" นี่คือเรื่องจริง ที่ฟังแล้วก็ฮาดีครับ
วงกีฟมีจุดประสงค์เพื่อทำให้นักกอล์ฟเล่นกอล์ฟได้เร็วขึ้นเท่านั้น เพราะกฏกอล์ฟในการเล่น Stroke Play ลูกกอล์ฟต้องลงหลุมเท่านั้นถึงจะจบหลุม มีเพียงแค่การเล่น Match Play เท่านั้น ที่มีการให้กีฟกันตามวิจารณญาณของคู่แข่ง แต่กีฟและวงกีฟของนักกอล์ฟไทยพัฒนาไปไกลมาก ในสนามกอล์ฟมีการตีวงกีฟรอบๆหลุม นักกอล์ฟจะได้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ต้องทะเลาะกัน สนามกอล์ฟส่วนใหญ่ไม่มีวงกีฟรอบๆหลุม นักกอล์ฟจึงมีกฏประจำก๊วนกันเอง ที่เรียกว่า "กฏหนึ่งพัตเตอร์" ถ้าลูกกกอล์ฟเข้าไปอยู่รอบๆหลุมแล้วเอาหัวพัตเตอร์จิ้มไว้ที่หลุมแล้ววางพัตเตอร์ลง ถ้าลูกกอล์ฟอยู่ในระยะที่ไม่เกินปลายขอบปากกริปพัตเตอร์ก็ถือว่าได้กิฟ กฏนี้สืบทรายไม่ได้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร แต่นักกอล์ฟก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งๆที่ไม่มีความยุติธรรมสักเท่าไหร่ นักกอล์ฟที่ใช้พัตเตอร์สั้นก็จะเสียเปรียบนักกอล์ฟที่ใช้พัตเตอร์ยาวๆ แต่ก็ใช้กันมาได้ยาวนาน
เคยมีนักกอล์ฟท่านหนึ่งมาเปลี่ยนกริปพัตเตอร์แล้วบอกให้ตัดปลายกริปออกประมาณ 2 นิ้ว เพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบเพื่อน เพราะก๊วนให้กฏ "หนึ่งพัตเตอร์" นี่คือเรื่องจริง ที่ฟังแล้วก็ฮาดีครับ
กอล์ฟมันผูกพันธ์กับชีวิต อธิบายชีวิต เป็นวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นกีฬาตลอดชีวิต
http://www.teeintact.com
Subscribe to:
Posts (Atom)





