Tuesday, February 7, 2017

079 - ตีไกล ตอน 15 - อยากมี delay hit จริงไหม

delay hit คือ ผลของการสวิงตามธรรมชาติ โดยไม่พยายาม ไม่เกร็ง ไม่ฝืน ไม่จับกริปแน่นจนเกินไป นักกอล์ฟที่ตีกอล์ฟเป็นแล้วส่วนใหญ่เวลาให้สวิงลมแล้วถ่ายวีดีโอมักจะมี delay hit ให้เห็นเกือบทุกคน แต่พอให้ตีจริง ภาพที่ออกมากลับแตกต่างออกไป

กล้ามเนื้อของมนุษย์ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติตามวัตถุประสงค์ที่สั่งงานโดยสมอง นักกอล์ฟที่ฝึกฝนการตีด้วยตัวเอง โดยมีวงสวิงที่ไม่ธรรมชาติ ทั้งการเกร็ง ฝืน และจับกริปแน่น จะมีอาการคลายข้อมือเร็ว (casting) และเมื่อผ่านการฝึกซ้อมและการตีกอล์ฟไปเรื่อยๆ ร่างกายและกล้ามเนื้อจะผ่านการลองถูกลองผิดจนเจอความสัมพันธ์และลำดับของกล้ามเนื้อที่ลงตัว จนมีวงสวิงที่เป็นเอกลักษณ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่สามารถตีลูกกอล์ฟให้โดนหน้าไม้ได้ solid ระดับหนึ่ง ทำให้ลูกพุ่งออกไปในทิศทางที่ต้องการและได้ระยะระดับหนึ่ง เกิดเป็นกล้ามเนื้ออัตโนมัติที่ผ่านการสั่งงานโดยสมองในส่วนที่ไร้สำนึก (unconcious) และเมื่อนักกอล์ฟคิดจะปรับวงสวิง โดยการฝึกซ้อมในสนามไดร์ฟ ด้วยการพยายามปรับให้วงสวิงไม่ฝืนธรรมชาติ ไม่พยายาม ไม่เกร็ง ไม่จับกริปแน่นจนเกินไป หวังว่าจะได้เห็น delay hit ซึ่งมีผลให้จังหวะในการเข้าลูกเพี้ยนไปหมด สัญชาตญานของร่างกายจะรับรู้ได้ว่า มันจะตีไม่โดน ไม่ได้ทิศทาง ไม่ไกล อิมแพคท์ไม่แน่น ซึ่งความรู้สึกลึกๆ จะไม่ยอมรับความผิดหวังนี้ ทำให้สมองนำเอาลำดับและความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อแบบเดิมมาใช้โดยอัตโนมัติ เพื่อทำให้ตัวเองสามารถตีลูกกอล์ฟได้ เป็นการตอบสนองความรู้สึกคาดหวังว่าจะตีได้ไกลขึ้นและเพื่อทำให้ตนเองรู้สึกดี ซึ่งเป็นกระบวนการปรับวงสวิงไม่ได้ผล เพราะตามความเป็นจริงแล้วเมื่อเราเปลี่ยนวงสวิง เราจะต้องตีไม่ได้ ไม่โดน เป็นเรื่องปกติ ถ้าตีได้ดี ตีโดน ตีได้ไกลกว่าเดิมสิ ที่ผิดปกติ เพราะถ้าเราตีได้ แสดงว่าวงสวิงเราไม่เปลี่ยนนั่นเอง เมื่อสมองมันมีเป้าหมายอยู่ที่ผลการตี ไม่ใช่วิธีการตี ทำให้วงเก่าๆที่คายข้อมือเร็ว มันไม่หายไปไหน ในขณะที่เราสวิงลม สมองไม่ได้มีความคาดหวังต่อผลการตี เราจึงเห็นวงสวิงที่มี delay hit และดูเป็นธรรมชาติได้เสมอ

ดังนั้นเมื่อคิดที่จะปรับวงสวิง เพื่อให้เกิด delay hit ตามธรรมชาติ สมองจะต้องโฟกัสที่วิธีการ ไม่ใช่ผลงาน ต้องยอมรับให้ได้ว่า จะต้องตีไม่ไดน ไม่ไกล ไม่ได้ทิศทาง ปะทะไม่ solid ในช่วงแรกอย่างแน่นอน จะต้องทนฝืนอยู่กับความรู้สึกเซ็งโลก น่าขายหน้า รู้สึกเป็นตัวตลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ขมขื่นของนักกอล์ฟ ที่ใช้เวลายาวนาน ที่ทำใจได้ยาก และต้องการกำลังใจอย่างยิ่ง ดังนั้นหนทางเดียวที่นักกอล์ฟที่คิดจะเปลี่ยนวงสวิงแบบยกเครื่องคือ จะต้องหยุดออกรอบ ที่มีเป้าหมายเป็นความคาดหวังในผลงานแต่ละช็อตให้หมดสิ้น เช่นการออกรอบโดยมีการเล่นพนัน ซึ่งปิดโอกาสการเปลี่ยนวงสวิงโดยสิ้นเชิง

เมื่อคิดจะปรับวงสวิง ให้โฟกัสที่วิธีการ ไม่ใช่ผลงาน และทนฝืนกับช่วงเวลาที่แสนบอบช้ำให้ได้นานที่สุด เวลาจะช่วยให้ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อหาลำดับและความสัมพันธ์ได้จนเจอในที่สุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และใช่ว่าทุกคนจะทำได้ แต่อย่างน้อยบทความนี้ก็พอจะทำให้ทุกคนมีแนวทาง มากกว่าหลงทาง ขอให้ทุกคนที่อยู่ในช่วงปรับวงสวิงโชคดี ยอมอดทนเพื่อผลที่ดีขึ้น ตีไกลขึ้น สม่ำเสมอมากขึ้น และป้องกันอาการบาดเจ็บในระยะยาว เป็นการลงทุนคุ้มค่า ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน แต่สำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่น การพยายามเปลี่ยนวงสวิงอย่างยกเครื่อง อาจจะต้องพิจารณาด้วยตนเอง ว่าความทุ่มเทและช่วงเวลาที่เสียไป มันคุ้มค่าไหม มันคือจุดประสงค์ในการเล่นกอล์ฟของเราหรือไม่ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้




Monday, February 6, 2017

078 - ตีไกล ตอน 14 - อย่าพยายามสร้าง delay hit

นักกอล์ฟคงคุ้นเคยกับคำว่า delay hit, leverage หรือ lag เป็นอีกเรื่องที่สร้างความสับสนและความเข้าใจผิดอย่างมากให้กับนักกอล์ฟ จากการตีความจากสิ่งที่เห็น สิ่งที่ทุกคนจดจำเอาไว้ในหัว คือภาพนิ่งที่ข้อมือขวายังคงรักษามุมแหลมระหว่างแขนขวากับแนวก้านไว้ได้ในช่วง downswing ก่อนที่จะเข้าปะทะลูก เมื่อรวมเข้ากับสิ่งที่รับรู้มาว่า delay hit ทำให้ตีไกลขึ้น ทำให้เกิดความคิดในการพยายามสร้าง delay hit ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่เหมาะสม

delay hit คือ by product หรือ ผลของการ relax ของกล้ามเนื้อและข้อมือในช่วง downswing ถ้าเราจับกริปไม่แน่นเกินไป มี connection ที่เหมาะสม จะเกิดลำดับการสวิงของ downswing ที่เริ่มจากด้านล่างไล่ขึ้นมาด้านบนจนถึงข้อมือ ถ้าข้อมือ relax ไม่เกร็ง จับกริปไม่แน่น ข้อมือจะเคลื่อนที่นำหน้าหัวไม้ได้โดยตลอด และเกิดเห็นเป็นภาพ delay hit โดยธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายามใดๆทั้งสิ้น

การที่หัวไม้เคลื่อนตามหลังข้อมือ และเคลื่อนที่ช้ากว่าข้อมือ (lag) ทำให้นักกอล์ฟจะต้อง release ข้อมืออย่างรวดเร็วและรุนแรงในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้หัวไม้เข้าปะทะลูกกอล์ฟได้ถูกจังหวะ Impact เป็นผลให้หัวไม้เคลื่อนที่เข้าปะทะลูกด้วยความเร็วและความเร่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการเข้าปะทะอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ตีได้ไกลขึ้น

ดังนั้นการพยายามสร้าง delay hit ด้วยการเกร็งข้อมือ พยายามรักษาข้อมือ เพื่อให้เกิดภาพนิ่ง delay hit ที่อยู่ในหัว จึงไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะ delay hit เกิดจากความไม่พยายาม แต่ปัญหาของการสร้าง delay hit ตามธรรมชาติสำหรับนักกอล์ฟที่ตีกอล์ฟเป็นอยู่แล้ว มันซับซ้อนกว่านั้น เราจะพูดคุยกันในวันพรุ่งนี้




Sunday, February 5, 2017

077 - ตีไกล ตอน 13 - Connection เริ่มจากท่ายืน Setup

การทำงานของวงสวิงอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้ออย่างเป็นลำดับและสัมพันธ์กัน การทำงานอย่างสัมพันธ์กันของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Connection คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่ ที่แสดงออกด้วยการตีด้วยมือและแขน ซึ่งเป็นสัญญานที่แสดงให้เห็นถึงการแยกกันทำงานระหว่างช่วงบนกับช่วงล่างที่ทำงานไม่สัมพันธ์กัน

Connection ระหว่างช่วงบนกับช่วงล่างควรเกิดขึ้นตั้งแต่ยืนเซ็ตอัพ ท่ายืนไหล่งุ้ม ไหล่ห่อ หลังโก่ง ไม่ใช่ท่ายืนที่ดี ให้ลองยืนตรง มืออยู่ข้างลำตัว ยืดอกไปด้านหน้า ดันหัวไหล่ไปด้านหลัง ให้ได้ความรู้สึกของหลังตรง แล้วก้มลงยืนในท่าเซ็ตอัพโดยคงความรู้สึกหลังตรงเอาไว้ ในท่าเซ็ตอัพนี้ควรจะเกิดความรู้สึกของ Connection คือ กล้ามเนื้อด้านในต้นแขนทั้งสองข้างสัมผัสและบีบหน้าอกตลอดเวลา และความรู้สึกนีควรจะอยู่ตลอดทั้งวงสวิง เมื่อเกิด Connection นักกอล์ฟจะตีหวดด้วยมือและแขนได้ยาก เป็นการบังคับให้เกิดลำดับการทำงานของกล้ามเนื้อ (Sequence) ที่เป็นธรรมชาติ และระยะจะตามมา แรกๆอาจจะขัดๆ แต่ทำไปเรื่อยๆจะคุ้นเคยและเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เรื่องนี้สำคัญมาก แม้แต่โปรกอล์ฟฝีมือดี ตีกอล์ฟไปเรื่อยๆ วงสวิงก็เพี้ยนไปเรื่อย Connection ก็หายเช่นกัน

ให้เอาผ้าเช็ดมือหรือที่ครอบหัวไม้หนีบไว้ที่รักแร้ซ้าย แล้วลองตีดู ถ้าผ้าเช็ดมือหรือที่ครอบหัวไม้หลุด แสดงว่า Disconnection ... พบกันใหม่พรุ่งนี้




Saturday, February 4, 2017

076 - ตีไกล ตอน 12 ทำไมถึงควรจับกริปสตรอง

นักกอล์ฟคงเคยได้ยินคำแนะนำเรื่องการจับกริปสตรองเพื่อตีให้ไกลกันมามากต่อมากแล้ว แต่รู้ไหมว่าเหตุใดจึงควรจับกริปให้สตรอง และใครที่ควรจับกริปให้สตรอง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกอล์ฟควรจะรู้ถึงเหตุผลก่อนที่จะเอาคำแนะนำเหล่านั้นไปใช้งาน

การจับกริปให้สตรองมีผลที่เห็นชัดเจน 3 ประการ ซึ่งเป็นความรู้จาก Ball Flght Law นั่นเอง

1.ทำให้หน้าไม้เข้าปะทะลูกในลักษณะที่ปิดมากขึ้น
2.ทำให้หน้าไม้มีความสัมพันธ์เทียบกับแนวสวิงในลักษณะที่ปิดมากขึ้น
3.ทำให้จังหวะ release มีความรุนแรงมากขึ้น

จากที่อธิบายไปแล้วว่า นักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่เมื่อนักกอล์ฟจับไดร์ฟเวอร์ที่มีน้ำหนักเบาและพยามยามที่จะตีลูกกอล์ฟออกไปให้ไกลที่สุด จึงใช้งานกล้ามเนื้อมัดเล็กที่แข็งแรงและคุ้นเคยกว่าอย่างมือและแขนเป็นต้นแรงในการสวิงไม้กอล์ฟโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้นักกอล์ฟเหล่านี้มีแนวสวิงแบบ Outside-In หรือตีคล่อม เป็นผลให้เกิดวิถีแบบโค้งจากซ้ายไปขวา ที่เรียกว่า Fade ถ้าเลี้ยวมากๆก็เรียกกันว่า Slide ซึ่งทำให้เสียระยะจากการเลี้ยวโค้ง รวมถึงตกจะไม่ค่อยวิ่ง

เมื่อนักกอล์ฟสมัครเล่นที่มีแนวสวิงแบบ Outside-In จับกริปให้สตรองขึ้น ผลของการจับกริปให้สตรองขึ้นทั้ง 3 ประการ จะส่งเสริมให้เกิดผลดีต่อระยะดังนี้

1.ทำให้หน้าไม้เข้าปะทะลูกในลักษณะที่ปิดมากขึ้น - ลูกที่พุ่งออกจากหน้าไม้จะออกขวาน้อยลง
2.ทำให้หน้าไม้มีความสัมพันธ์เทียบกับแนวสวิงในลักษณะที่ปิดมากขึ้น - วิถีลูกจะตรงมากขึ้น เลี้ยวน้อยลง side spin ลดลง ลูกกอล์ฟจะ carry ไกลขึ้น และกลิ้งมากขึ้น
3.ทำให้จังหวะ release มีความรุนแรงมากขึ้น - ความเร็วหัวไม้และความเร็วลูกกอล์ฟจะเพิ่มขึ้น

จึงเป็นผลให้นักกอล์ฟสมัครเล่นที่มีแนวสวิงแบบ Outside-In ที่จับกริปให้สตรองขึ้น มักจะตีได้ไกลขึ้น แต่การจับกริปให้สตรองขึ้นอาจเกิดผลเสียกับนักกอล์ฟที่มีแนวสวิงที่เป็น Inside-Out มากๆ

คำแนะนำที่ให้นักกอล์ฟสมัครเล่นจับกริปให้สตรองขึ้นเพื่อตีไกลให้ไกลขึ้นจะได้ผลกับนักกอล์ฟส่วนใหญ่ แต่อย่าลืมว่าควรใช้วิจารณญานกับคำแนะนำนี้ด้วย เอาให้มั่นใจว่าคุณไม่เป็นคนกลุ่มน้อยนะครับ ... พบกันใหม่พรุ่งนี้




Friday, February 3, 2017

075 - ตีไกล ตอนที่ 11 - ทำตามนี้สักหนึ่งเดือน ... รู้เรื่อง

เมื่อวานพูดถึงเรื่องกล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อช่วงล่างซึ่งมีส่วนในการตีไกล ถ้าไม่เชื่อ ให้ทดลองด้วยตัวเอง ด้วยการวิ่งวันละ 20 นาที และตามด้วยการออกกำลังกาย 10 นาทีตามวีดีโอคลิปนี้ทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ควบคู่ไปกับการซ้อมไดร์ฟและออกรอบอย่างเป็นปกติ เวลาออกรอบก็พยายามเดินแทนการใช้รถ ครบเดือนแล้ววัดผลด้วยตัวเองว่าตีไกลขึ้นไหม ได้ผลอย่างไรช่วยรายงานด้วยนะครับ



ปล. ท่าที่ยากเกินไปก็ค่อยๆทำตามเท่าที่ทำได้ อย่าหักโหม ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็จะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ






Thursday, February 2, 2017

074 - ตีไกล ตอน 10 - กฏการทำงานของกล้ามเนื้อ

มนุษย์เมืองปัจจุบันที่ชีวิตส่วนใหญ่ออกกำลังกายน้อย เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการนั่งทำงานและใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างมือและแขนเสียส่วนใหญ่ เมื่อนักกอล์ฟจับไดร์ฟเวอร์ที่มีน้ำหนักเบาและพยามยามที่จะตีลูกกอล์ฟออกไปให้ไกลที่สุด จึงใช้งานกล้ามเนื้อมัดเล็กที่แข็งแรงและคุ้นเคยกว่าเป็นต้นแรงในการสวิงไม้กอล์ฟโดยไม่รู้ตัว และเมื่อนักกอล์ฟได้ลองเลื่อนเปิดปิดประตูรั้วที่มีน้ำหนักมาก ด้วยการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อคล้ายกับการสวิงไม้กอล์ฟ จะพบว่านักกอล์ฟเหล่านี้จะสวิงประตูรั้วได้ยาก เพราะการสวิงด้วยมือและแขนเป็นต้นกำลังหลักในการออกแรงไม่มีประสิทธิภาพ และเมื่อให้เวลานักกอล์ฟได้ลองเปิดปิดประตูรั้วเพื่อหาวิธีการออกแรงด้วยตัวเองจะพบว่า นักกอล์ฟต้องใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างมือและแขนให้น้อยลงและใช้กล้ามเนื้อช่วงล่างและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้มากขึ้น ด้วยลำดับและความสัมพันธ์ที่เหมาะสม

การเลื่อนเปิดปิดประตูรั้วบ้านทำให้เรารู้ว่าในการเคลื่อนไหวอย่างการสวิงนั้นลำดับและความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อมีความสำคัญในการสวิงให้มีประสิทธิภาพ โดยธรรมชาติแล้วกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและคุ้นเคยกว่าจะถูกนำมาใช้งานมากและมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหว นักกอล์ฟส่วนใหญ่มีกล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรงและคุ้นเคยกว่ากล้ามเนื้อมัดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ผลดีต่อการตีไกล แล้วจะต้องทำอย่างไร ... ติดตามต่อพรุ่งนี้




Wednesday, February 1, 2017

073 - ตีไกล ตอน 9 - Slide Gate in Action

สอบถามกันมาหลังจากอ่านบทความ ตีไกล ตอน 8 - หาวิธีตีไกลด้วยตัวเอง แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำอย่างไร วันนี้เลยเอาวีดีโอมาให้ดูกัน ดูวีดีโอแล้วกลับไปอ่านบทความใหม่อีกรอบนะครับ